{"check":null,"uid":"4fdfac57a3157d08","title":"ร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....","title_generated":false,"country":"Таиланд","organ":"Парламент Таиланда","kind":"law","kind_name":"Законодательство","lang":"th","date":"2026-08-27","summary":"Закон Таиланда устанавливает правовые основы государственного управления информационными технологиями. Он определяет понятие информационных технологий и связанных с ними действий, устанавливает требования к их использованию и обеспечению достоверности, безопасности и конфиденциальности информации. Закон также регулирует ответственность за нарушение установленных норм и порядок признания достоверности электронных документов и доказательств. Полный текст документа в базе пока отсутствует.","snippet":"","topics":["Электронная коммерция и платежи"],"status":"ok","error":"","text_len":58980,"versions":1,"url":"https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=618","first_seen":"2026-09-12","last_checked":"2026-09-17 02:52","relevance":"hit","score":96,"query":"","source_key":"parliament_th","verdict":{"relevance":"hit","score":96,"topics":["Электронная коммерция и платежи"],"need_body":11,"authorities":[],"evidence":[{"topic":"Электронная коммерция и платежи","term":"ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":17,"ctx":"ร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....","zone":"название","weight":3},{"topic":"Электронная коммерция и платежи","term":"ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":17,"ctx":"ร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... (นายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)  บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราช","zone":"текст","weight":1},{"topic":"Электронная коммерция и платежи","term":"ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":138,"ctx":"... (นายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)  บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ' พเศ. ...  หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์  เหตุผล  โดยที่เทคโนโลย","zone":"текст","weight":1},{"topic":"Электронная коммерция и платежи","term":"ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":204,"ctx":"ประกอบร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ' พเศ. ...  หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์  เหตุผล  โดยที่เทคโนโลยีที่ใช้ในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทร่อนิกส์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว บทบัญญ","zone":"текст","weight":1},{"topic":"Электронная коммерция и платежи","term":"ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":511,"ctx":"ยนแปลงไป ประกอบกับองค์การสหประชาชาติได้พัฒนากฎหมายแม่แบบขึ้นใหม่ หลายฉบับเพื่อรองรับการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในบริบทที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับ เศรษฐกิจดิจิทัล สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยธุรกรร","zone":"текст","weight":1},{"topic":"Электронная коммерция и платежи","term":"ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":619,"ctx":"อนิกส์ในบริบทที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับ เศรษฐกิจดิจิทัล สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รวมทั้งกฎเกณฑ์และมาตรฐานระหว่างประ","zone":"текст","weight":1},{"topic":"Электронная коммерция и платежи","term":"ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":804,"ctx":"ละมาตรฐานระหว่างประเทศ 0] ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่การทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วย อํานวยความสะดวก สร้างความมันคงปลอดภัย สร้างความมั่นใจ ประหยัดค่าใช้จ่ายในดํารง","zone":"текст","weight":1}],"dropped":[{"topic":"Цифровая идентификация и госуслуги","term":"ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":3762,"ctx":"” หมายความว่า ข้อความที่สร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือประมวลผลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ “ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ตัวอักษร ตัวเลข เสียง ข้อมูลชีวภาพ หรือสัญลั กษณ์อื่นใดที่สร้างขึ้นในรูปแบบอ","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Цифровая идентификация и госуслуги","term":"ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":12972,"ctx":"การใดต้องมีการลงลายมือชื่อ หรือกําหนด . ผลทางกฎหมายกรณีที่ไม่มีการลงลายมือชื่อไว้ หากได้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยใช้วิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักง","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Цифровая идентификация и госуслуги","term":"ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":27578,"ctx":"กทรอนิกส์ได้แก่บริการดังต่อไปนี้ (๑) บริการพิสูจน์หรือยืนยันตัวตนของบุคคล  (๒) บริการการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์  (๓) บริการประทับเวลาและวันที่ในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (@) บริการรับ ส่ง หรือจัดเ","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Цифровая идентификация и госуслуги","term":"ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":36523,"ctx":"า “ธุรกรรม” “อิเล็กทรอนิกส์” “ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” “ข้อความ” “ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” “ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์” “ข้อมูลชีวภาพ” “เจ้าของลายมือชื่อ” “ตราประทับอิเล็กทรอนิกส์” “ระบบข้อมูล” “ที่อยู่ทางอิเ","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Цифровая идентификация и госуслуги","term":"ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":41532,"ctx":"ห้การใดต้องมีการลงลายมือชื่อ หรือกําหนด ผลทางกฎหมายกรณีที่ไม่มีการลงลายมือชื่อไว้ หากได้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยใช้วิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักง","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Цифровая идентификация и госуслуги","term":"ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์","weak":false,"pos":54096,"ctx":"ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริการพิสูจน์หรือยืนยันตัวตน ของบุคคล บริการการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ บริการประทับเวลาและวันที่ในการทําธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ บริการรับ ส่ง หรือจัดเก็บข้อมู","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Персональные данные","term":"ข้อมูลส่วนบุคคล","weak":false,"pos":4096,"ctx":"ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ “ข้อมูลชีวภาพ” หมายความว่า ข้อมูลชีวภาพตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง . ข้อมูลส่วนบุคคล | : . : “เจ้าของลายมือชื่อ” หมายความว่า บุคคลซึ่งถือข้อมูลสําหรับใช้สร้างลายมือชื่อ อิเล็","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Кибербезопасность","term":"ไซเบอร์","weak":false,"pos":28549,"ctx":"ร ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการ  ๑๕๓  (@) การบังคับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมทั้งมาตรการ - ในการแจ้ง การแก้ไข การจํากัดความเสียหาย และการเยียวยาความเสียทายในกรณีที","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Цифровые платформы и сервисы","term":"แพลตฟอร์มดิจิทัล","weak":false,"pos":32600,"ctx":"้ประกอบธุรกิจรายเหล่านั้น ตามมาตรา ๕ซ ด้วย  มาตรา ๒๓ ให้พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง และ","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Цифровые платформы и сервисы","term":"แพลตฟอร์มดิจิทัล","weak":false,"pos":33095,"ctx":"(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ ยังคงใช้บังคับอยู่ต่อไปจนกว่าจะมี การตรากฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขึ้นใช้บังคับ  ๑๕  บรรดาหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชกฤษ","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Цифровые платформы и сервисы","term":"แพลตฟอร์มดิจิทัล","weak":false,"pos":33220,"ctx":"บรรดาหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๐๕ ให้เป็นหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐ","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Цифровые платформы и сервисы","term":"แพลตฟอร์มดิจิทัล","weak":false,"pos":33370,"ctx":"ละอํานาจของคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๐๕  บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญ ของร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทาง","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Цифровые платформы и сервисы","term":"แพลตฟอร์มดิจิทัล","weak":false,"pos":58647,"ctx":"(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ ยังคงใช้บังคับอยู่ต่อไปจนกว่าจะมีการตรากฎหมาย เกี่ยวกับธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขึ้นใช้บังคับ และบรรดาหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชกฤษฎี","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Цифровые платформы и сервисы","term":"แพลตฟอร์มดิจิทัล","weak":false,"pos":58770,"ctx":"บรรดาหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๐๕ ให้เป็นหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐ","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"},{"topic":"Цифровые платформы и сервисы","term":"แพลตฟอร์มดิจิทัล","weak":false,"pos":58921,"ctx":"ะอํานาจของคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชกฤษฎีกา การประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๒๕ (ร่างมาตรา ๒๓)","why":"одиночное упоминание (нужно 11)"}]},"last_changed":"2026-09-12","meta":{"author":"นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับคณะ","period":"รับฟังตั้งแต่ วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2569","organ":"Парламент Таиланда","files":["https://www.parliament.go.th/section77/manage/files/file_20260827032757_1_618.pdf","https://www.parliament.go.th/section77/manage/files/file_20260827032757_3_618.pdf"]},"source_url":"https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=618","text":"ร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....\n(นายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)\n\nบันทึกหลักการและเหตุผล\nประกอบร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\n' พเศ. ...\n\nหลักการ\nปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\n\nเหตุผล\n\nโดยที่เทคโนโลยีที่ใช้ในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทร่อนิกส์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว\nบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอบนิกส์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันจึงไม่สอดคล้องกับ\nสภาพกาลที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับองค์การสหประชาชาติได้พัฒนากฎหมายแม่แบบขึ้นใหม่\nหลายฉบับเพื่อรองรับการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในบริบทที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับ\nเศรษฐกิจดิจิทัล สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความทันสมัย\nและสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รวมทั้งกฎเกณฑ์และมาตรฐานระหว่างประเทศ 0]\nที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่การทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วย\nอํานวยความสะดวก สร้างความมันคงปลอดภัย สร้างความมั่นใจ ประหยัดค่าใช้จ่ายในดํารงชีวิต\nและประกอบธุรกิจ อันจะนําไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รองรับการขับเคลื่อนประ เทศ\nไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงจําเป็นต้องตรา\n\nร\n\nพระราชบัญญัตินี\n\nเวท\n\nร่าง\nพระราชบัญญัติ\nธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\nพ.ศ, ...,\n\n97.\n-\n\nมาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี่เรียกว่า “พระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\n\nมาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี่ให้ใช้บังคับเมือพันกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่\nวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป\n\nมาตรา ๓ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓ ให้ยกเลิก\n(๑) พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๕\n๑7 @2๕๕ | 797 ง ๒ 1@7 ซ่\n(๒) พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที ๒) พ.ศ, ๒๕๕๑\n\nเซ ๑1 6 ) =- = ๓ ๓ จซ่\n(๓) พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที ๓) พ.ศ. ๒๕๒๐๒\nฉ๑7 @/ | ๆ% =-= ' =. 6 ๑7 จ่\n(๕) พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที ๕) พ.ศ. ๒๕๒๒\n\nมาตรา ๕ พระราชบัญญัตินี้มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนให้ใช้ธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักในการทําธุรกรรมแทนการทําธุรกรรมเป็นเอกสารในรูปแบบเดิม\nโดยสร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นในผลทางกฎหมายของการทําธุรกรรมดังกล่าวในทุกขั้นตอน\nแต่มิได้ห้ามการทําธุรกรรมเป็นเอกสารในรูปแบบเดิม\n\n) 9\nจ ฉ๑7 นีไ\n\nมาตรา ๕ พระราชบัญญัติน\nในพระราชกฤษฎีกาในเรืองดังต่อไปนี่ .\nฆ่ ๆซ่ ๐ บบ ๐ ฒฆ ข ญจ่ย | ย เว\n(๑) เรืองทึกฎหมายกําหนดให้ผู้กระทํามีหน้าทิต้องไปแสดงตนต่อหน้าพนักงาน\n\nๆ 2%7 ฉ๑/ ๑7 1 ง ซ่ ๐\nมใช้บังคับแก่ธุรกรรมต่ามทิกําหนด\n\nเง ย ซ่\nเจาหนาท\n\n๒\n\n(๒) เรื่องที่กฎหมายกําหนดให้ผู้กระทําต้องแสดงเจตนาให้ความยินยอมต่อหน้า\nพนักงานเจ้าหน้าที่ . ก.\n(๓) เรื่องที่โดยสภาพยังไม่สมควรทําเป็นธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\nมาตรา ๒ ภายใต้บังคับมาตรา ๕ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่ธุรกรรม\nทุกประเภทตามกฎหมายทุกฉบับ ทั้งที่เป็นธุรกรรมระหว่างเอกชนกับเอกชนหรือเป็นธุรกรรมระหว่าง\nเอกชนกับรัฐ เว้นแต่มีกฎหมายกําหนดวิธีทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เรื่องใดไว้โดยเฉพาะ\n\n\" ก็ให้ดําเนินการตามกฎหมายนั้น\n\nมาตรา ๆ ผลทางกฎหมายของการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตาม\nพระราชบัญญัตินี่ การใดที่มิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้เป็นการเฉพาะ ให้เป็นไปตามประมวล\n\nเชล\n\nกฎ หมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมา ย อื่นที่ว่าดัว ยการนน\n\nมาตรา ๕ ในพระราชบัญญัตตินี้\n: “ธุรกรรม” หมายความว่า การทําการใด ๆ ที่เกี่ยวกับนิติกรรมทางแพ่งหรือพาณิชย์\nและให้หมายความรวมถึงวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง สัญญาทางปกครอง และการทําการอื่นใด\nของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ด้วย\n“อิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอนไฟฟ้า\nคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึงการประยุกต์ใช้วิธีการ\nทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก- .หรือการใช้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้น\n“ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ธุรกรรมที่ทําขึ้นโดยใช้วิธีการ\nทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน\n“ข้อความ” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความด้วยตัวอักษร ตัวเลข ผัง\nหรือแผนแบบอย่างอื่น เสียง ภาพ หรือรูปแบบอื่นที่เป็นหลักฐานแห่งความนั้น\n“ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ข้อความที่สร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา\nหรือประมวลผลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์\n“ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ตัวอักษร ตัวเลข เสียง ข้อมูลชีวภาพ\nหรือสัญลั กษณ์อื่นใดที่สร้างขึ้นในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งนํามาใช้ร่วมกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่น\nเพื่อระบุต้ ทัวเจ้าของลายมือชื่อและการแสดงเจตนาของผู้นั้นในเนื้อหาสาระของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\n“ข้อมูลชีวภาพ” หมายความว่า ข้อมูลชีวภาพตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง .\nข้อมูลส่วนบุคคล | : . :\n“เจ้าของลายมือชื่อ” หมายความว่า บุคคลซึ่งถือข้อมูลสําหรับใช้สร้างลายมือชื่อ\nอิเล็กทรอนิกส์ของตนและกระทําการในนามตนเองหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่นซึ่งตนทําการแทน\n“ตราประทับอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ตัวอักษร ตัวเลข เสียง หรือสัญลักษณ์\nอื่นใดที่สร้างขึ้นในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งนํามาใช้ร่วมกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นเพื่อระบุตัว\nนิติบุคคลเจ้าของตราประทับและการแสดงเจตนาของนิติบุคคลในเนื้อหาสาระของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\n“ระบบข้อมูล” หมายความว่า ระบบในการสร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือประมวลผล\nข้อมูลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์\n\n“ที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า สถานที่หรือช่องทางในระบบข้อมูล\nที่บุคคลจะใช้ติดต่อกันทางอิเล็กทรอนิกส์\n' “ระบบอัตโนมัติ” หมายความว่า ระบบข้อมูลที่สามารถปฏิบัติการได้เอง\nโดยไม่จําเป็นต้องมีการตรวจสอบหรือแทรกแซงโดยบุคคลธรรมดา\n“ผู้ส่งข้อมูล” หมายความว่า บุคคลซึ่งก่อให้เกิดการสร้างและการส่งข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์นั้น ไม่ว่าจะสร้างด้วยตนเองหรือให้บุคคลอื่นสร้างในนามของตน และจะส่งด้วยตนเอง\n\n. หรือให้บุคคลอื่นส่งแทนตนก็ตาม แต่ไม่รวมถึงบุคคลซึ่งเป็นส่อกลางเกี่ยวกับการรับส่งข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์นัน\n\n๐๐\n\n) ย\n\n“ผู้รับข้อมูล” หมายความว่า บุคคลซึ่งผู้ส่งข้อมูลประสงค์จะส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้\nแต่ไม่รวมถึงบุคคลซึ่งเป็นสื่อกลางเกี่ยวกับการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น\n“บุคคลซึ่งเป็นสี่อกลาง” หมายความว่า บุคคลซึ่งกระทําการในนามผู้อื่นในการส่ง\nรับ หรือเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ใดข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หนึ่งเป็นการเฉพาะ และให้หมายความ\nรวมถึงการให้บริการอื่นที่เกี่ยวกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวนั้นด้วย\n«บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า บริการธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่บัญญัติในหมวด ๕\n“อัตลักษณ์” หมายความว่า ลักษณะเฉพาะของบุคคลซึ่งสามารถบ่งบอก\nหรือจําแนกได้โดยคุณลักษ์ณะหรือชุดของคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลนั้น\n: “การพิสูจน์ตัวตน” หมายความว่า กระบวนการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล\nเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของบุคคล และการตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลกับข้อมูลเกี่ยวกับ\nอัตลักษณ์นั้น .\n“สิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน” หมายความว่า สิ่งที่ใช้เชื่อมโยงอัตลักษณ์กับบุคคล\nซึ่งบุคคลนั้นครอบครองและควบคุมเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน่ เช่น รหัสผ่าน ข้อมูลชีวภาพ\n“การยืนยันตัวตน” หมายความว่า กระบวนการยืนยันอัตลักษณ์ของบุคคลด้วย\n' การตรวจสอบสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตนของบุคคลนั้น\n“ตราสารเปลี่ยนมือ” หมายความว่า เอกสารหรือตราสาร ซึ่งให้ผู้ทรงมีสิทธิเรียกร้อง\nให้บุคคลอีกคนหนึ่งต้องกระทําการชําระหนี้ตามที่ระบุในเอกสารหรือตราสารนั้น โดยผู้ทรงอาจโอน\n\nจ\n= ฆ\n\nสิทธิเรียกร้องตามเอกสารหรือตราสารให้แก่บุคคลอื่นด้วยการส่งมอบเอกสารหรือตราสารนั้นให้\n“ตรําสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ตราสารเปลี่ยนมือ ]\nที่อยู่ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และมีลักษณะครบถ้วนตามมาตรา ๕๕\n“บริการระบบตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า\nระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการด้านการสร้าง การเก็บรักษา การส่งมอบการครอบครอง หรือการอื่นใด\nเกี่ยวกับตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์\n“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\nตามกฎหมายว่าด้วยสํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\n“ผู้อํานวยการ” หมายความว่า ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอนิกส์ -\n“รูฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราช บัญญัติ นึ้ -\n\n๕\n\nมาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรักษาการ\nตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี่\nกฎกระทรวงนัน เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้\n\nหมวด ๑\nบททัวไป\n\nมาตรา ๑๐ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ทําขึ้นโดยถูกต้อง\nตามพระราชบัญญัตินี้มีผลผูกพันและมีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย '\nให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา ๑\nมีสถานะเช่นเดียวกับเอกสารหรือพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง\nประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายอื่น\n\nมาตรา ๑๑ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยในความน่าเชื่อถือของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\nหรือสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ให้พิเคราะห์โดยอาศัยปัจจัยดังต่อไปนี้\n(๑) ลักษณะหรือวิธีการที่ใช้สร้าง เก็บรักษา หรือสื่อสารข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\n(๒) การคงความครบถ้วนถูกต้อง และไม่มีการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\nเว้นแต่การเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตามปกติในการติดต่อสื่อสาร\nการเก็บรักษา หรือการแสดงข้อความซึ่งไม่มีผลต่อความถูกต้องของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น\n(๓) ลักษณะหรือวิธีการที่ใช้ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง\nวับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น\n\nเค\n๑\n\nฆ่ ง่ 9/ ง ๓ ๑/ 1 =- ง = ณฆ โวม\nทีเกียวข้องทั้งปวงทีเกียวกับความน่าเชือถือของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\n\nด\n\n(@) พฤติการณ์\n\nมาตรา ๑๒ ในการพิจารณาของศาล หากมีผู้โต้แย้งความน่าเชื่อถือของข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นจากการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้\nหรือใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ยืนยัน หรือรับรองตามมาตรา ๒๒ (๑)\n(๒) หรือ (๓) ให้ผู้โต้แย้งเป็นผู้มีภาระการพิสูจน์และออกค่าใช้จ่ายในการพิสูจน์\n\nศาลอาจจัดทําบัญชีพยานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับ\nความน่าเชื่อถือของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้\n\nมาตรา ๑๓ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้เรื่องใดต้องทําเป็นหนังสือ มีหลักฐาน\nเป็นหนังสือหรือมีเอกสารมาแสดง หรือกําหนดผลทางกฎหมายกรณีไม่ทําเป็นหนังสือ ไม่มีหลักฐาน\nเป็นหนังสือหรือไม่มีเอกสารมาแสดง หากได้มีการจัดทําเรื่องนั้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถ\nเข้าถึงและนํากลับมาใช้ได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่า\nเรื่องดังกล่าวได้ทําเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงตามที่กฎหมายกําหนดแล้ว\n\n๕\n\nมาตรา ๑๕ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้มีการเก็บรักษาหนังสือ เอกสาร\n. หรือข้อความใด หรือกําหนดผลทางกฎหมายกรณีไม่เก็บรักษาหนังสือ เอกสาร หรือข้อความใด\nหากได้เก็บรักษาในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงาน\nประกาศกําหนด ทั้งนี้ ร ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี ให้ถือว่าได้มีการเก็บรักษาหนังสือ เอกสาร\nหรือข้อความตามกฎหมายนั้นแล้ว\nอ สามารถเข้าถึงและนํากลับมาใช้ได้\n๒) อยู่ในรูปแบบที่เป็นอยู่ในขณะที่สร้าง ส่ง หรือได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น\nหรืออยูโนรูปแบบที่สามารถแสดงข้อความที่สร้าง ส่ง หรือได้รับให้ปรากฏอย่างถูกต้องได้ และ\n(๓) ในกรณีที่มีการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้บุคคลอื่น ต้ ต้องสามารถระบุ\nถึงแหล่งกําเนิดและปลายทางของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น รวมทั้งสามารถระบุถึงวันที่และเวลา\nในการส่งหรือรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวได้\nมาตรา ๑๕ หนังสือหรือเอกสารที่จัดทําเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้น\nหากจัดทําโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงาน\nประกาศกําหนด ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ ให้ถือว่ามีสถานะเป็นหนังสือหรือเอกสารต้นฉบับ\n. ตามกฎหมาย : :\n(๑) สามารถรักษาความครบถ้วนถูกต้องของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่การจัดทํา\nเสร็จสมบูรณ์ไปจนนําข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นไปแสดงหรือใช้ และ\n(๒) สามารถแสดงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดทํานั้นอย่างครบถ้วนถูกต้องในภายหลังได้\nในกรณีที่มีการจัดทําข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะตามวรรคหนึ่งแล้ว ต่อมาข้อมูล\nดังกล่าวสูญหายหรือถูกทําลา ยโดยมิใช่ความผิดของผู้ใช้หรืออ้างอิงข้อมูลนั้น ให้นําบทบัญญัติของ\n.ภาค ๑ ลักษณะ ๕ ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หรือภาค ๕ ในประมวลกฎหมาย\nวิธีพิจารณาความอาญา แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับแก่การอ้างอิงความมีอยู่ของข้อมูลดังกล่าวด้วย\nโดยอนุโลม\n\nมาตรา ๑๒๐ หนังสือหรือเอกสารต้นฉบับที่จัดทําเป็นกระดาษตั้งแต่ต้น หากได้แปลง\nหนังสือหรือเอกสารดังกล่าวให้อยู่ในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลครบถ้วนถูกต้อง\nเช่นเดียวกับหนังสือหรือเอกสารต้นฉบับ และมีลักษณะตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง ให้ถือว่าการจัดทํา\nข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว เป็นการจัดทําหนังสือหรือเอกสารต้นฉบับตามที่กฎหมายกําหนด\n\nให้นําความในมาตรา ๑๕ วรรคสอง มาใช้บังคับแก่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\nตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม\n\nมาตรา ๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๕๐ ในกรณีที่มีการทําสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๒๐ สําหรับใช้อ้างอิงข้อความของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\nหากสิ่งพิมพ์ออกนั้นมีข้อความครบถ้วนถูกต้องตรงกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดทําและเก็บรักษาไว้\nตามมาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๒๐ และมีระบบตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้ ให้ถือว่าสิ่งพิมพ์ออก\nดังกล่าวใช้อ้างเป็นพยานในศาลได้เสมือนหนึ่งเป็นหนังสือหรือเอกสารต้นฉบับ\n\nความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่หนังสือหรือเอกสารที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ออก\nและโดยสภาพต้องมีจํานวนจํากัดเท่าที่ออกในครั้งแรกเพื่อประโยชน์แห่งการควบคุมหรือตรวจสอบ\n\n๒๐\n\nการใช้สิทธิหรือเพื่อการอื่น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หนังสือเดินทาง หรือหนังสือ\nหรือเอกสารอื่นใดที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา\nฆ ๐ ๕|\n\nมาตรา ๑๕ ในกรณีที่ จําเป็นต้องระบุเวลาและวันที่ของเอกสารหรือข้อมูล\n\nจ\nณี\n\nอิเล็กทรอนิกส์ใด หากการระบุเวลาและวันที่นั้นได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ซึ่งสามารถ\nอ้างอิงเทียบเคี่ยงกับเวลามาตรฐานและสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้ ไม่ว่าจะเป็น\n\nส่วนหนึ่งของเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ก็ตาม หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์\n\nที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้มีการระบุเวลาหรือวันที่แล้ว\n\nมาตรา ๑๕ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้เอกสารหรือข้อความใดต้องส่ง\n.ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือบริการอื่นใดในทํานองเดียวกัน\nหรือกําหนดผลทางกฎหมายกรณีที่ไม่ได้ส่งโดยบริการดังกล่าวไว้ หากได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์\nที่เชื่อถือได้ซึ่งสามารถตรวจสอบวันที่และเวลาของการส่ง การรับ ผู้ส่งและผู้รับ และความเปลี่ยนแปลง\nที่เกิดขึ้นได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าได้มีการส่ง\n\nตามที่กฎหมายกําหนดแล้ว\n\nมิ.\n\nมาตรา ๒๐ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้การใดต้องมีการลงลายมือชื่อ หรือกําหนด .\nผลทางกฎหมายกรณีที่ไม่มีการลงลายมือชื่อไว้ หากได้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยใช้วิธีการ\nทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด\nให้ถือว่าได้มีการลงลายมือชื่อตามที่กฎหมายกําหนดแล้ว\n\n. ฆจข่ ๐ 9/ 9/ \" ฆ '\nมาตรา ๒๑ ในกรณีทีกฎหมายกําหนดให้การใดต้องมีการประทับตราของนิติบุคคล\nหรือกําหนดผลทางกฎหมายกรณีไม่มีการประทับตราของนิติบุคคลไว้ หากได้ประทับตราประทับ\nอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทีเขือถือได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์\n\nที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าได้มีการประทับตราของนิติบุคคลตามทิกฎหมายกําหนดแล้ว\n\nมาตรา ๒๒ เอกสารหรือตราสารใดที่ต้องมีการปิดอากรแสตมป์ตามประมวล\n.รัษฎากร และเอกสารหรือตราสารดังกล่าวได้จัดทําขึ้นในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หากได้มีการชําระ\nเงินแทนหรือดําเนินการอื่นใดด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมสรรพากร\nประกาศกําหนด ให้ถือว่าได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรแล้ว\n\nมาตรา ๒๓ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้ต้องประกาศข้อความให้ประชาชนทราบ\nเป็นการทั่วไปในหนังสือพิมพ์ หรือกําหนดผลทางกฎหมายในกรณีที่ไม่ได้ดําเนินการดังกล่าว '\nหากได้มีการประกาศข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในเว็บไซต์ของสื่อออนไลน์และเว็บไซต์ของผู้ที่มีหน้าที่ .\nดําเนินการประกาศ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่า\nได้มีการประกาศข้อความให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปในหนังสือพิมพ์แล้ว\n\nเว็บไซต์ตามวรรคหนึ่งต้องเป็นเว็บไซต์ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้เป็นการทั่วไป\nโดยสะดวกและไม่เลือกปฏิบัติ และสามารถยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บไซต์ได้\n\nฆมฆ่ขย\n\nมาตรา ๒๕ เมื่อมีกรณีที่ต้องพิสูจน์ตัวตน หากได้พิสูจน์ตัวตนโดยใช้วิธีการ\n6 ๐ 7\n\nทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอบนิกส์ที่ ๆานักงานประกาศกําหนด\nให้ถือว่าได้พิสูจน์ตัวตนโดยชอบแล้ว\n\nฆ่ ฆ ฆฆ่บม ซ ง0/ ๓ บ๓ 0็ ง ๑\nมาตรา ๒๕ เมือมีกรณีทีต้องยืนยันตัวตน หากได้ยืนยันตัวตนโดยใช้วิธีการ\nทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด\nให้ถือว่าได้ยืนยันตัวตนโดยชอบแล้ว '\n\nมาตรา ๒๒ ให้สํานักงานมีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และอํานวยความสะดวก\nในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และให้มีหน้าที่และอํานาจดังต่อไปนี้ด้วย -\n\n(๑) ประกาศกําหนดวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญ บตินี้\nซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรฐานสากลหรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องที่ดี\n\nฆ@ฆ่=\n\n. (๒) ประกาศยืนยันว่ามาตรฐานหรือเทคโนโลยีที่มีการใช้อยู่แล้วในเรื่องใด\nเป็นมาตร์ฐานหรือเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้\n(๓) ประกาศรับรองผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ว่าเป็นผู้ให้บริการธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอบนิกส์ที่เชื่อถือได้\n(๑) เผยแพร่ความรู้และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนาการทําธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอนิกส์ : .\nการประกาศตาม (๒) สํานักงานอาจดําเนินการได้แม้ไม่มีผู้ใดร้องขอ.\nการยื่นคําขอให้รับรอง และการประกาศรับรองตาม (๓) ให้ทําได้ตามหลักเกณฑ์\nและวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด ในกรณีที่มีผู้ยื่นคําขอให้รับรอง ให้สํานักงานพิจารณา:\nให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําขอ โดยมิให้นับระยะเวลาที่ผู้ขอต้องใช้เพื่อดําเนินการ\nแก้ไขปรับปรุงตามคําแนะนําของสํานักงาน และให้แจ้งผลการพิจารณาพร้อมด้วยเหตุผลแก่บุคคล\nดังกล่าวทราบด้วย :\nการอ๋อกประกาศของสํานักงานตาม (๑) และการออกหลักเกณฑ์และวิธีการ\nเพื่อดําเนินการตามวรรคสาม ให้สํานักงานจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย\nอย่างกว้างขวาง และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และในช่องทางอิเล็กทรอนิกส์\nของสํานักงานแล้ว ให้ใช้บังคับได้\n\nหมวด ๒\nการแสดงเจตนา การรับและส่งข้อมูล และการทําสัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์\n\nมาตรา ๒๓ การแสดงเจตนาของบุคคลอาจทําเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้\n” บุคคลใดจะปฏิเสธผลผูกพันหรือผลบังคับทางกฎหมายของการแสดงเจตนา\nโดยอ้างเพียงเพราะเหตุที่ได้ทําเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัตินี้มิได้\n\n| ขย\n\nมาตรา ๒๕ ในกรณีทีผู้ส่งข้อมูลได้รับแจ้งจากผู้รับข้อมูลว่าได้รับข้อมูลแล้ว\n\nผั้\nข\nให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้รับข้อมูลได้รับข้ ข้อม\n\nข่\nมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามทีได้รับมา\n\n๕\n\nมาตรา ๒๕ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ใดที่ผู้ส่งข้อมูลเป็นผู้ส่งเอง ให้ถือว่าข้อมูลนั้นเป็น\nของผู้ส่งข้อมูล และในระหว่างผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูลด้วยกันเอง ให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\nเป็นของผู้ส่งข้อมูลหากมีการส่งโดย\n(๑) บุคคลซึ่งมีอํานาจทําการแทนผู้ส่งข้อมูล ในเรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์นั้น หรือ\n(๒) ระบบอัตโนมัติที่ได้รับการกําหนดให้ส่งได้โดยอัตโนมัติโดยผู้ส่งข้อมูล\nหรือโดยบุคคลอื่นที่ทําในนามของผู้ส่งข้อมูล 1\n\n97\n\nมาตรา ๓๐ ในระหว่างผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูลด้วยกันเอง ผู้รับข้อมูลมีสิทธิ\n\nที่จะถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นของผู้ส่งข้อมูลและปฏิบัติไปตามนั้น ในกรณีดังต่อไปนี้\n(๑) ผู้รับข้อมูลตรวจสอบแล้วว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวเป็นของผู้ส่งข้อมูล\nโดยใช้วิธีการในการตรวจสอบความเป็นเจ้าของของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นตามที่ได้ตกลงกันไว้\nล่วงหน้ากับผู้ส่งข้อมูล หรือ\n(๒) ผู้รับข้อมูลแสดงได้ว่า ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ตนได้รับเป็นผลมาจากการกระทํา\nของบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับผู้ส่งข้อมูลหรือผู้ซึ่งทําการในนามของผู้ส่งข้อมูล โดยความสัมพันธ์\nดังกล่าวต้องทําให้บุคคลนั้นสามารถเข้าถึงวิธีการที่ผู้ส่งข้อมูลใช้เพื่อระบุความเป็นเจ้าของของข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ส่งข้อมูล\nความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ผู้รับข้อมูลทราบหรือได้รับแจ้ง\n\nขบ\n\nเง\n\n= ๕ =\n\nจากผู้ส่งข้อมูลโดยมีเวลาพอสมควรที่จะตรวจสอบว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นันไม่ใช่ของผู้ส่งข้อมูล\n\n๕\n\nหรือควรทราบถึงความผิดพลาดอันเกิดขึ่นกับการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นัน\n\nฆฆซ่ยเข ๐ ฆ่ ขา1 เซ - | งฆ่\nมาตรา ๓๑ ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลกําหนดเงื่อนไขไว้ว่า การส่งข้อมูลจะมีผลก็ต่อเมือ\nผู้รับข้อมูลแจ้งว่าได้รับข้อมูลแล้ว ถ้ามิได้มีการแจ้งยืนยันการได้รับข้อมูล ให้ถือว่าไม่เคยมีการส่งข้อมูล\nดังกล่าว '\n\nมาตรา ๓๒ การแจ้งยืนยันการได้รับข้อมูล ให้ใช้วิธีการตามที่ตกลงกันไว้เป็น\nการเฉพาะ ในกรณีที่มิได้ตกลงกัน ให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้ '\n(๑) การบอกให้ทราบโดยผู้รับข้อมูล ผ่านระบบอัตโนมัติหรือวิธีการอื่น หรือ\n(๒) การกระทําใด ๆ ของผู้รับข้อมูลซึ่งเพียงพอที่จะแสดงให้ผู้ส่งข้อมูลทราบได้ว่า\n\n9/\n\nผู้รับข้อมูลได้รับข้อมูลนั้นแล้ว\n\nมาตรา ๓๓ ในกรณีทิผู้ส่งข้อมูลมิได้กําหนดเงื่อนไขตามมาตรา ๓๑ แต่กําหนด\n\nณั\n9 9/\n\nข้อมูลต้องแจ้งการได้รับข้อมูลด้วย ถ้าผู้รับข้อมูลมิได้แจ้งการได้รับข้อมูลภายในระยะเวลา\n\nญ่\n\n๐-9\n๒\n๕22๐\n๑726\n\nบ ๐9\n\nผู้ส่งข้อมูลกําหนด หรือภายในระยะเวลาอันสมควรในกรณีที่มิได้มีการกําหนดระยะเวลา ผู้ส่งข้อมูล\nสิทธิดังต่อไปนี้\n\n(๑) แจ้งให้ผู้รับข้อมูลทราบว่าผู้ส่งข้อมูลยังไม่ได้รับแจ้งยืนยันการรับข้อมูล.\nและกําหนดระยะเวลาอันสมควรให้แจ้งยืนยันการรับข้อมูล\n\n(๒) หากผู้รับข้อมูลยังไม่แจ้งยืนยันการรับข้อมูลภายในระยะเวลาที่กําหนดตาม (๑)\n\nงข้อมูลมีสิทธิถือว่าไม่มีการส่งข้อมูลนัน หรือใช้สิทธิอินทีพึงมีได้เมือได้แจ้งให้ผู้รับข้อมูลทราบแล้\n\nณั\n\nฆ่\nท\nณฆ\nม\n\n๐22๒๐\n\nคง\n\nมาตรา ๓๕ ในการแจ้งการได้รับข้อมูล หากมีความใดบอกให้ทราบว่าข้อมูลที่อ้างถึง\nบ ๕ ย ๐ = ง ม ทย สฆ ส ฆ่ จ่ ย บ\nได้เป็นไปตามข้อกําหนดทางเทคนิคตามทิตกลงกันไว้หรือตามเกณฑ์มาตรฐานทีเกียวข้องแล้ว\nให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าได้มีการปฏิบัติตามข้อกําหนดทางเทคนิคดังกล่าวแล้ว\n\nมาตรา ๓๕: เว้นแต่ผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูลจะตกลงกันไว้เป็นอย่างอืน ให้ถือว่า\n\nผู้ส่งข้อมูลได้ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ออกไปในเวลาดังต่อไปนี่\nฆ่ ย ๑จ, ๕ 0 ก เว ซ่\n(๑) เวลาเมื่อข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์พ้นจากระบบข้อมูลทีอยู่ในความควบคุม\n\n97 <\n\nของผู้ส่งข้อมูลหรือของบุคคลอินซึ่งส่งข้อมูลแทนผู้ส่งข้อมูล\n๒) ในกรณีที่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มิได้พ้นไปจากระบบข้อมูลที่อยู่ในความควบคุม\nของผู้ส่งข้อมูลหรือของบุคคลอ่นึงงข้อมูลแทนผู้ส่งข้อมูล ให้ถือว่าเวลาส่งได้แก่เวลาที่มีการรับ\n\n=% ๕\n\nข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นัน\n\n๕\n\n9/\n\nมาตรา ๓๒๐ เว้นแต่ผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูลจะ ะตกลงกันไว้เป็นอย่างอิ่น ให้ถือว่า\n\nขบ ญ่\nบ 9/\n\nผู้รับข้อมูลได้รั รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในเวลาดังต่อไปนี้ :\n(๑) ) ในกรณีที่ผู้รับข้อมูลได้กําหนดที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์สําหรับใช้รับข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์ไว้แล้ว และผู้ส่งข้อมูลส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไปยังที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว\nให้ถือว่าเวลาที่ได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้แก่เวลาที่ผู้รับข้อมูลนั้นอาจเรียกดูข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\nจากที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวได้\n. (๒) ในกรณีที่ผู้รับข้อมูลได้กําหนดที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์สําหรับใช้รับข้อมูล .\nอิเล็กทรอนิกส์ไว้แล้ว แต่ผู้ส่งข้อมูลส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไปยังที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์อื่นของผู้รับข้อมูล\n\n๕\n\nให้ถือว่าเวลาที่ได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้แก่เวลาที่ผู้รับข้อมูลนั้นรู้ว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ถูกส่งไปยัง |\n\nขบ บ\nที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นดังกล่าวและเป็นเวลาที่อาจเรียกดูข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากที่อยู\n\nทางอิเล็กทรอบิกส์อืนนันได้\n๓) ในกรณีที่ผู้รับข้อมูลมิได้กําหนดที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์สําหรับใช้รับข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์ไว้ ให้ถือว่าเวลานได้รับชื่อมลอีเล็กทรอนิกต์ได้แก่เวลาทีผู้รัข้อมูลนันู้ว่าข้อมู\nอิเล็กทรอนิกส์ถูกส่งไปยังที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้รับข้อมูลและเป็นเวลาที่อาจเรียกดูข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์จากที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้\nให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้รับข้อมูลอาจเรียกดูข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากที่อยู่\nทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ เมื่อข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวเข้าสู่ที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้รับข้อมูล\n\n1ม | ข\n\nมาตรา ๓๕ เว้นแต่ผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูลจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น การส่ง\n\nขบ ญ่\n\n. หรือการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะได้ส่งหรือรับ ณ สถานที่ใด ๆ ให้ถือว่าผู้ส่งข้อมูลได้ส่งข้อมูล\n\nขบ\nฮณฒ่ =๐\n\nอิเล็กทรอนิกส์จากภูมิลําเนาของผู้ส่งข้อมูล และผู้รับข้อมูลได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ภูมิลําเนา\n\nขบ ขบ\n\n. ของผู้รับข้อมูล\n\nมาตรา ๓๕ ผู้รับข้อมูลมีสิทธิโดยชอบทีจะถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทิได้รับ\n\n1\nซ่\n\nแต่ละชุดซึ่งส่งมาแต่ละครั้งเป็นข้อมูลที่แยกจากกัน และสามารถดําเนินการไปตามข้อมูล\n\nบ\nเ ๕7\n\nอิเล็กทรอนิกส์แต่ละชุดนั้นได้ เว้นแต่ผู้รับข้อมูลรู้หรือเมื่อได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว\n\nขบ\nเจ1\n\nควรจะรู้ได้ว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งข้\n\n๑๐\n\nมาตรา ๓๕ ให้ถือว่าการบอกกล่าวด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเชิญชวน\nให้บุคคลทัวไปเข้าทําสัญญาโดยไม่ระบุผู้รับข้อมูลเป็นการเจาะจง เป็นเพียงคําเชิญชวนให้ทําคําเสนอ\nเพื่อทําสัญญาเท่านัน เว้นแต่ผู้บอกกล่าวจะได้ระบุไว้โดยชัดแจ้งถึงเจตนาของตนทีจะรับผูกพันทันที\n\nเธล\n๓ ๑ ๑ ซ่\n\nในกรณีที่มีผู้ตอบรับ ในกรณีเช่นนี่ ให้ถือว่าการบอกกล่าวนันเป็นคําเสนอและการตอบรับเป็นคําสนอง\nความในวรรคหนึงให้ใช้บังคับแก่การบอกกล่าวด้วยระบบอัตโนมัติด้วย-\n\nมาตรา ๕๐ บุคคลใดจะปฏิเสธผลผูกพันหรือผลบังคับทางกฎหมายของสัญญา\n.ที่ทําขึ้นโดยการส่งและรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างระบบอัตโนมัติด้วยกัน หรือระหว่างระบบ\nอัตโนมัติกับบุคคล เพียงเพราะเหตุว่าสัญญานันไม่มีการตรวจสอบหรือไม่มีการดําเนินการโดยบุคคล\n\nมิได้\n\nมาตรา ๕๑ ในกรณีที่ระบบอัตโนมัติดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับสัญญา\n\nแทนคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง ให้ถือว่าการดําเนินการนั้นไม่มีผลผูกพันหรือผลบังคับทางกฎหมาย\n\nในกรณีที่การดําเนินการดังกล่าว\n\n๐ ๑7\n\nส่ 1 1 = ฒ7 ฉ๑2- ๐ ๑= 1\n(๑) เป็นการกระทําทีคู่สัญญาฝ่ายซึงระบบอัตโนมัติดําเนินการแทนไม่สามารถ\n\nคาดหมายได้ และ\n\n(๒) เป็นกระทําทีคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งรู้หรือสามารถคาดหมายได้ด้วยเหตุ\n\nขญ่ 9๐\n\n๓7\n\nอันสมควรว่าคู่สัญญาอีกฝ่ายไม่สามารถคาดหมายได้ถึงการกระทํานันได้\n\nมาตรา ๕๒ ในกรณีที่บุคคลธรรมดาบันทึกข้อมูลผิดพลาดในระบบอัตโนมัติของ\nบุคคลอื่น และระบบอัตโนมัตินั้นไม่มีช่องทางให้แก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาด ผู้บันทึกข้อมูลรวมทั้ง\nผู้มอบอํานาจให้บันทึกข้อมูลมีสิทธิเพิกถอนการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนที่ผิดพลาดได้\nภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้\n\n(ด ) ผู้บันทึกข้อมูลรวมทั้งผู้มอบอํานาจให้บันทึกข้อมูลได้แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่ง\n\nบ\nฆ\n\nหรือผู้ควบคุมระบบอัตโนมัติทราบถึงข้อผิดพลาดนั้นโดยพลันเมื่อได้ร้ถึงข้อผิดพลาดนั้นแล้ว และ\n) (๒) ผู้บันทึกข้อมูลรวมทั้งผู้มอบอํานาจให้บันทึกข้อมูลยังไม่ได้รับประโยชน์\nหรือใช้ประโยชน์จากสินค้าหรือบริการที่ได้รับจากอีกฝ่ายหนึ่ง\n\nมาตรา ๕๓ บทบัญญัติในหมวดนี่ ยกเว้นมาตรา ๕๒ คู่สัญญาอาจตกลง\nเป็นอย่างอื่นได้ เท่าทีไม่ขัดกับกฎหมายอันเกียวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี\n\nหมวด ๓\nจ่ ฆ% ๑ ๕ =% <\nตราสารเปลียนมืออิเล็กทรอนกส :\n\nมาตรา ๕๕ ให้ตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์มีผลบังคับตามกฎหมาย\nเช่นเดียวกับตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสาร ผู้ใดจะปฏิเสธผลผูกพันทางกฎหมายของตราสาร\nเปลี่ยนมื่ออิเล็กทรอนิกส์เพียงเพราะเหตุที่ได้ทําเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามพระ ะราชบัญญัตินี้มิได้\n\n๑๑\n\nมาตรา ๕๕ ตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้\n\n(๑) มีข้อความตามที่กฎหมายกําหนดให้ตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสารต้องมี\nหรืออาจมีได้และอาจมีข้อความอื่นเพิ่มเติมจากที่กฎหมายกําหนดได้เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทํา\nหรือใช้งานตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่มีผลเปลี่ยนแปลงสิทธิหรือหน้าที่ของคู่กรณี\n\n๒) ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ในการแสดงว่าเอกสารอิเล็กทรอนิกส์นั้น\nเป็นตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์\n\n(๓) ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ในการควบคุมสิทธิที่เกี่ยวกับการสร้าง\nตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ขึ้น การโอน การสลักหลัง การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูล\nจนถึงการทําลายตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์นั้น หรือใช้วิธีการตามที่สํานักงานประกาศกําหนด\n\n| ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ในการรักษาความถูกต้องของข้อความ\nในตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการรักษาความถูกต้องของข้อความที่ได้แก้ไขหรือเพิ่มเติมขึ้น\nตามปกติของการสื่อสารหรือที่แก้ไขหรือเพิ่มเติมขึ้นโดยชอบ หรือใช้วิธีการตามที่สํานักงานประกาศ\nกําหนด\n\nมาตรา ๕๐ การจัดทําตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้แทนตราสารเปลี่ยนมือ\nที่เป็นเอกสาร หรือการจัดทําตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสารเพื่อใช้แทนตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์\nต้องใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้โดยมีข้อความครบถ้วนถูกต้องและต้องดําเนินการ\nดังต่อไปนี้ด้วย\n\n(๑) บันทึกบนตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสารหรือตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์เดิม\nเพื่อแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสารหรือตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์เดิม\nสิ้นผลบังคับใช้แล้ว และ\n\n(๒) บันทึกบนตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์หรือตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสาร\nที่ทําขึ้นใหม่เพื่อแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าเดิมเคยเป็นตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสารหรือตราสาร\nเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์\n\nเมื่อได้ดําเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์\nหรือตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสารที่ทําขึ้นใหม่ มีผลใช้บังคับแทนตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสาร\nหรือตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์เดิม และให้ดําเนินการที่จําเป็นเพื่อทําให้ตราสารเปลี่ยนมือ\nที่เป็นเอกสารหรือตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์เดิมไม่สามารถนํากลับมาใช้ได้อีก\n\nการดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองไม่มีผลกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่\nของคู่กรณีและบุคคลที่เกี่ยวข้อง\n\nมาตรา ๕ซ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดหรืออนุญาตให้มีการครอบครองตราสาร\nเปลี่ยนมือได้ บุคคลใดเป็นผู้มีอํานาจควบคุมตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ได้แต่เพียงผู้เดียวและ\nมีการระบุตัวตนของบุคคลนั้นว่าเป็นผู้มีอํานาจควบคุม โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้\nหรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าบุคคลนั้นได้ครอบครอง\nตราสารเปลี่ยนมือนั้นแล้ว\n\n๑๒\n\nมาตรา ๕๕ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดหรืออนุญาตให้มีการส่งมอบการครอบครอง\nตราสารเปลี่ยนมือ หากได้มีการโอนการควบคุมสิทธิในตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์โดยใช้วิธีการ\nทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด\nให้ถือว่ามีการส่งมอบการครอบครองแล้ว\n\nมาตรา ๕๕ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดหรืออนุญาตให้มีการสลักหลังตราสารเปลี่ยนมือ\nหากได้กระทําโดยจัดให้มีข้อความที่จําเป็นสําหรับการสลักหลังในตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์\nโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงาน\nประกาศกําหนด ให้ถือว่าได้มีการสลักหลังแล้ว\n\nมาตรา ๕๐ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดหรืออนุญาตให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล\nในตราสารเปลี่ยนมือได้ หากได้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลในตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์\nโดยสามารถระบุถึงข้อมูลที่ถูกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้หรือ\nได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าได้มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงแล้ว\n\nหมวด ๕\nบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\n\nมาตรา ๕๑ บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้แก่บริการดังต่อไปนี้\n(๑) บริการพิสูจน์หรือยืนยันตัวตนของบุคคล\n\n(๒) บริการการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์\n\n(๓) บริการประทับเวลาและวันที่ในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\n(@) บริการรับ ส่ง หรือจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\n\n(@) บริการจดทะเบียนหรือรับรองเว็บไซต์หรือโดเมนเนม\n\n(๒) บริการระบบตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ\n\n(๓) บริการอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง\n\nมาตรา ๕๒ ในการให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัตินี้\nผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีหน้าที่และความรับผิดชอบต้องดําเนินการในเรื่องดังต่อไปนี่\nโดยใช้วิธีการที่เชื่อถือได้\n\n(๑) การให้บริการเกี่ยวกับการสร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือประมวลผลข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์หรือธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึงการจัดเก็บข้อมูลอันเป็นหลักฐานของธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการ\n\n(๒) การจัดให้มีระบบ กระบวนการทํางาน และบุคลากรที่เชื่อถือได้ในการให้บริการ\n\n(๓) การบังคับใช้มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงของระบบการให้บริการ\n\n(@) การประกาศช่องทางอิเล็กทรอนิกส์สําหรับการแจ้งหรือร้องเรียนการให้บริการ\nธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการ\n\n๑๕๓\n\n(@) การบังคับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมทั้งมาตรการ -\nในการแจ้ง การแก้ไข การจํากัดความเสียหาย และการเยียวยาความเสียทายในกรณีทีมีครามผิดหลาด\nเกิดขึ้นกับการให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ,\n\nสํานักงานจะประกาศกําหนดมาตรฐานวิธีการที่เชื่อถือได้ในเรื่องใด ๆ ตามวรรคหนึ่ง\nก็ได้ ในการกําหนดดังกล่าวให้คํานึงถึงระดับความเสี่ยงของบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\nและลักษณะการให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แต่ละประเภทด้วย และเมื่อสํานักงาน\nได้กําหนดแล้ว ผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประเภทนั้นต้องดําเนินการโดยใช้วิธีการ\nที่ไม่ตํากว่ามาตรฐานที่สํานักงานประกาศกําหนด\n\nมาตรา ๕๓ นอกจากจะต้องรับผิดจากการผิดสัญญาหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายใด่แล้ว\nผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องรับผิดในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการและ\nคู่กรณีที่เกี่ยวข้องจากการที่ผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่\nและความรับผิดชอบตามมาตรา ๕๒ ด้วย\n\nมาตรา ๕๕ ผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ต้องรับผิดในความเสียหายใด ๆ\nที่เกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการและคู่กรณีที่เกี่ยวข้องจากการใช้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น\nในกรณีดังต่อไปนี้\n\n๑@) ผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้กําหนดวัตถุประสงค์และข้อจํากัด\nของการใช้บริการและ แจ้งผู้ใช้บริการรายนั้นและคู่กรณีที่เกี่ยวข้องอย่างชัดแจ้งแล้วถึงวัตถุประสงค์\nและข้อจํากัดของการใช้บริการ และ\n\n(๒) ผู้ใช้บริการใช้บริการเกินหรือผิดวัตถุประสงค์หรือเกินข้อจํากัดของการใช้บริการ\n\nที่ผู้ให้ บิการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กําหนดไว้\n\nมาตรา ๕๕ ผู้ใดประสงค์จะขอให้สํานักงานรับรองว่าตนเป็นผู้ให้บริการธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ ให้ยื่นคําขอต่อสํานักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงาน\nประกาศกําหนด\n\nมาตรา ๕๒๐ ผู้ใดให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้วิธีการที่ได้รับ\nการยอมรับตามมาตรฐานสากล และสํานักงานเห็นว่าผู้นั้นให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\nที่เชื่อถือได้ สํานักงานจะรับรองให้ผู้นั้นเป็นผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้\nโดยผู้ให้บริการมิได้ยื่นคําขอก็ได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด\n\nมาตรา ๕ซ ให้สํานักงานเผยแพร่รายชื่อผู้ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรา ๕๕\nและมาตรา ๕๒๐ ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสํานักงาน\nและปรับปรุงรายชื่อให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ .\n\nการรับรองตามมาตรา ๕๕ และมาตรา ๕๒๐ และการปรับปรุงรายชื่อตามวรรคหนึ่ง\nมิให้ถือว่าเป็นคําสั่งทางปกครอง\n\nการอุทธรณ์การไม่รับรองตามมาตรา ๕๕ หรือการปรับปรุงรายชื่อตามวรรคหนึ่ง\nให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง\n\n๑๕\n\nมาตรา ๕๕ เมื่อมีเหตุอย่างใดอันมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการให้บริการ\nธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ให้สํานักงานประกาศข้อมูลข่าวสาร\nให้ประชาชนผู้ใช้บริการทราบโดยพลัน\n\nในกรณีที่ผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้บริการหลายประเภท\nการประกาศตามวรรคหนึ่งให้ระบุเฉพาะประเภทบริการที่มีปัญหา พร้อมข้อความที่ว่าบริการอื่น\nไม่อยู่ในข่ายที่ถูกประกาศ\n\nบทเฉพาะกาล\n\nมาตรา ๕๕ ให้สํานักงานจัดทําร่างกฎกระทรวงตามมาตรา ๕ฆ วรรคสาม\nเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในหลักการภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้\nประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่กฎกระทรวงดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับเมื่อพระราชบัญญัตินี้มีผล\nใช้บังคับแล้ว\n\nมาตรา ๒๐ ให้สํานักงานจัดทําร่างประกาศตามมาตรา ๕๕ ให้แล้วเสร็จภายใน\n\nฉ7 ๑2\n\n= ๑7 %=% ฒ เฑ 1 0/7 จ่ ๑ ซ้ = ผู ๑7 1\nหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันทีพระราชบัญญัตินี่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ประกาศดังกลาว\n\nเวว\n9/7\n9๑7 ๑7/ ๑7\n\nต้องไม่ใช้บังคับก่อนวันที่พระราชบัญญัตินีใช้บังคั\n\nมาตรา ๒๑ นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี่ใช้บังคับ บรรดากฎหมายใดทีอ้างถึง\nพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๕ และทีแก้ไขเพิมเติม ให้ถือว่ากฎหมาย\nนันอ้างถึงพระราชบัญญัตินี่ เฉพาะเท่าทีมีบทบัญญัติเกียวข้องรองรับ\n\nมาตรา ๒๒ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีใบอนุญาต\nตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน\nทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๓๕/๕ แห่งพระราชบัญญัติ\nว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๒ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ\nและเป็นบริการที่อาจขอรับการรับรองจากสํานักงานตามมาตรา ๕๕ ได้ ให้ถือว่าได้รับการรับรอง\nตามมาตรา ๕๕ แล้ว และให้สํานักงานดําเนินการเผยแพร่รายชื่อของผู้ประกอบธุรกิจรายเหล่านั้น\nตามมาตรา ๕ซ ด้วย\n\nมาตรา ๒๓ ให้พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล\nที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง\nและวรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม\nโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ และมาตรา ๓๕/๒ (๑)\nแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ\nว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ ยังคงใช้บังคับอยู่ต่อไปจนกว่าจะมี\nการตรากฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขึ้นใช้บังคับ\n\n๑๕\n\nบรรดาหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\nตามพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๐๕\nให้เป็นหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๓๕\nแห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๐๕\n\nบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญ\nของร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\nพ,ศี. ....\n\nเ\n\nสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับคณะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....\n\nต่อสภาผู้แทนราษฎร และได้จัดทําบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติตามข้อ ๑๑๐\nของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๐๒ ดังต่อไปนี่\n\n๑. เหตุผลและความจําเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ\n\nโดยที่เทคโนโลยีที่ใช้ในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว\nบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันจึงไม่สอดคล้องกับสภาพกาล\nที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับองค์การสหประชาชาติได้พัฒนากฎหมายแม่แบบขึ้นใหม่หลายฉบับเพื่อรองรับ\nการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในบริบทที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล สมควรปรับปรุง\nกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี\nรวมทั้งกฎเกณฑ์และมาตรฐานระหว่างประเทศที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่การทํา\nธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยอํานวยความสะดวก สร้างความมั่นคงปลอดภัย สร้างความมั่นใจ\nประหยัดค่าใช้จ่ายในการดํารงชีวิตและประกอบธุรกิจ อันจะนําไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน\nรองรับการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ\nจึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตตินี้\n\n๒. สาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติ\n\n๒.๑ กําหนดชื่อเรียกของพระราชบัญญัติ ว่า “พระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\nพ.ศ. ....” (ร่างมาตรา ๑) ]\n\n๒.๒ คําหนดวันมีผลบังคับใช้ของพระราชบัญญัติให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน\nนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (ร่างมาตรา ๒)\n\n๒.๓ กําหนดให้ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๕\nพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ และพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๕)\nพ.ศ, ๒๕๒๐๒ (ร่างมาตรา ๓)\n\n๒.๕ กําหนดวัตถุประสงค์ของร่างพระราชบัญญัติในการสนับสนุนให้ใช้ธุรกรรมทาง\nอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักในการทําธุรกรรมแทนการทําธุรกรรมเป็นเอกสารในรูปแบบเดิม โดยสร้างความชัดเจน\nและความเชื่อมั่นในผลทางกฎหมายของการทําธุรกรรมดังกล่าวในทุกขั้นตอน แต่มิได้ห้ามการทําธุรกรรม\nเป็นเอกสารในรูปแบบเดิม (ร่างมาตรา ๑)\n\n๒.๕ กําหนดให้ร่างพระราชบั: ัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ธุรกรรมตามที่ กําหนดในพระราชกฤษฎีกา\nในเรื่องที่กฎหมายกําหนดให้ผู้กระทํามีหน้าที่ต้องไปแสดงตนต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ เรื่องที่กฎหมาย\nกําหนดให้ผู้กระทําต้องแสดงเจตนาให้ความยินยอมต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ และเรื่องที่โดยสภาพยัง\nไม่สมควรทําเป็นธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ร่างมาตรา ๕)\n\n๒\n\n37\nฒณณ= ซ่\n\n๒.๒๑ กําหนดภายใต้บังคับมาตรา ๕ ร่างพระราชบัญญัตินีให้ใช้บังคับแก่ธุรกรรม\nทุกประเภทตามกฎหมายทุกฉบับ ทั้งที่เป็นธุรกรรมระหว่างเอกชนกับเอกชนหรือเป็นธุรกรรมระหว่างเอกชน\nกับรัฐ เว้นแต่มีกฎหมายกําหนดวิธีทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เรื่องใดไว้โดยเฉพาะ ก็ให้ดําเนินการ\nตามกฎหมายนั้น (ร่างมาตรา ๒)\n\n๒.๓ กําหนดผลทางกฎหมายของการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตาม\nร่างพระราชบัญญัตินี้ การใดที่มิได้บัญญัติไว้ในร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นการเฉพาะ ให้เป็นไปตามประมวล\nกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่นที่ว่าด้วยการนั้น (ร่างมาตรา ๓)\n\n๒.๕ กําหนดคํานิยามของคําว่า “ธุรกรรม” “อิเล็กทรอนิกส์” “ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์”\n“ข้อความ” “ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” “ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์” “ข้อมูลชีวภาพ” “เจ้าของลายมือชื่อ”\n“ตราประทับอิเล็กทรอนิกส์” “ระบบข้อมูล” “ที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์” “ระบบอัตโนมัติ” “ผู้ส่งข้อมูล”\n“ผู้รับข้อมูล” “บุคคลซึ่งเป็นสื่อกลาง” “บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” “อัตลักษณ์” “การทิสูจน์ตัวตน”\n“สิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน” “การยืนยันตัวตน” “ตราสารเปลี่ยนมือ” “ตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์” “บริการ\nระบบตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์” “สํานักงาน” “ผู้อํานวยการ” และ “รัฐมนตรี” (ร่างมาตรา ๕)\n\n๒.๕ กําหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้รักษาการ\nและให้มีอํานาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามร่างพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา ๓)\n\n๒.๑๐ ก้าหนดให้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ทําขึ้นโดยถูกต้อง\n\n๑». มมี\n\nตามร่างพระราชบัญญัตินี่มีผลผูกพันและมีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย และให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\n\nขัย\n97\n\nและ สิ่งพิมพ์ออกของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา ๑๓ มีสถานะเช่นเดียวกับเอกสารหรือพยานหลักฐาน\n\nขบ\n=๑ซ =\n\nตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายอื่น\n(ร่างมาตรา ๑๐)\n: ๒.๑๑ กําหนดปัจจัยต่าง ๆ ที่ใช้พิเคราะห์ในกรณีมีเหตุ ขันควรสงสัยในความน่าเชื่อถือ\n\nของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ร่างมาตรา ๑๑)\n\n๒.๑๒ กําหนดให้ในการพิจารณาของศาล หากมีผู้โต้แย้งความน่าเชื่อถือของข้อมูล\nกทรอนิกส์ให้ผู้โต้แย้งเป็นผู้มีภาระการพิสูจน์และออกค่าใช้จ่ายในการพิสูจน์ และศาลอาจจัดทําบัญชีพยาน\nยวชาญที่สามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ (ร่างมาตรา ๑๒)\n\n๒.๑๓ กําหนดให้ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้เรื่องใดต้องทําเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็น\n\nอ\n\n๕22๒ ๓)\nซ่ รภณ\n\n=.\n\nหนังสือหรือมีเอกสารมาแสดง หรือกําหนดผลทางกฎหมายกรณีไม่ทําเป็นหนังสือ ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ\nหรือไม่มีเอกสารมาแสดง หากได้มีการจัดทําเรื่องนั้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนํากลับมา\nใช้ได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าเรื่องดังกล่าวได้ทําเป็นหนังสือ\nมีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงตามที่กฎหมายกําหนดแล้ว (ร่างมาตรา ๑๓)\n\n๒.๑๕ กําหนดให้ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้มีการเก็บรักษาหนังสือ เอกสาร หรือ\nข้อความใด หรือกําหนดผลทางกฎหมายกรณีไม่เก็บรักษาหนังสือ เอกสาร หรือข้อความใด หากได้เก็บรักษา\nในรูปข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ตามเงื่อนไข\nที่กําหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าได้มีการเก็บรักษาหนังสือ เอกสาร หรือข้อความตามกฎหมายนั้นแล้ว\n\n(ร่างมาตรา ๑@)\n\n๒.๑๕ กําหนดให้หนังสือหรือเอกสารที่จัดทําเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้น หากจัดทํา\nโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด\nตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในมาตรานี้ ให้ถือว่ามีสถานะเป็นหนังสือหรือเอกสารต้นฉบับตามกฎหมาย ในกรณีที่มี\nการจัดทําข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แล้ว และหากต่อมาข้อมูลดังกล่าวสูญหายหรือถูกทําลายโดยมิใช่ความผิดของ\nผู้ใช้หรืออ้างอิงข้อมูลนั้น ให้นําบทบัญญัติของภาค ๑ ลักษณะ ๕ ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง\nหรือภาค ๕ ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับแก่การอ้างอิงความมีอยู่ของ\nข้อมูลดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม (ร่างมาตรา ๑๕)\n\n๒.๑๒-กําหนดให้หนังสือหรือเอกสารต้นฉบับที่จัดทําเป็นกระดาษตั้งแต่ต้น หากได้แปลง\nวังสือหรือเอกสารดังกล่าวให้อยู่ในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลครบถ้วนถูกต้องเช่นเดียวกับหนังสือ\n\nอเอกสารต้นฉบับ และมีลักษณะตามร่างมาตรา ๑๕ ให้ถือว่าการจัดทําข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว\n\nเป็นการจัดทําหนังสือหรือเอกสารต้นฉบับตามที่กฎหมายกําหนด (ร่างมาตรา ๑๐)\n\n๒.๑๓ กําหนดให้ภายใต้บังคับมาตรา ๕๐ ในกรณีที่มีการทําสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๒ สําหรับใช้อ้างอิงข้อความของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หากสิ่งพิมพ์\nออกนั้นมีข้อความครบถ้วนถูกต้องตรงกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดทําและเก็บรักษาไว้ตามมาตรา ๑๕\nหรือมาตรา ๑๒ และมีระบบตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้ ให้ถือว่าสิ่งพิมพ์ออกดังกล่าวใช้อ้างเป็นพยานในศาลได้ .\nเสมือนหนึ่งเป็นหนังสือหรือเอกสารต้นฉบับ แต่ไม่ใช้บังคับแก่หนังสือหรือเอกสารที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ออก\nและโดยสภาพต้องมีจํานวนจํากัดเท่าที่ออกในครั้งแรกเพื่อประโยชน์แห่งการควบคุมหรือตรวจสอบการใช้สิทธิ\nหรือเพื่อการอื่น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หนังสือเดินทาง หรือหนังสือหรือเอกสารอื่นใดที่กําหนด\nในพระราชกฤษฎีกา (ร่างมาตรา ๑๓)\n\n<\n\nท\n\nน\nฆ\nทร\n\n๒.๑๕ กําหนดให้ในกรณีทีจําเป็นต้องระบุเวลาและวันทีของเอกสารหรือข้อมูล\n\n[\n=\n\nอิเล็กทรอนิกส์ใด หากการระบุเวลาและวันที่นั้นได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทีเชือถือได้ซึงสามารถอ้างอิง\n\nฆ\n\nเทียบเคียงกับเวลามาตรฐานและสามารถเชือมโยงกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นันได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของ\n\nฮ๓จ่\n\nเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ก็ตาม หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทีสํานักงานประกาศกําหนด\nให้ถือว่าเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้มีการระบุเวลาหรือวันที่แล้ว (ร่างมาตรา ๑๕)\n\n๒.๑๕ กําหนดให้ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้เอกสารหรือข้อความใดต้องส่งทางไปรษณีย์\nลงทะเบียน ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือบริการอื่นใดในทํานองเดียวกัน หรือกําหนดผลทางกฎหมาย\nกรณีที่ไม่ได้ส่งโดยบริการดังกล่าวไว้ หากได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ซึ่งสามารถตรวจสอบวันที่\nและเวลาของการส่ง การรับ ผู้ส่งและผู้รับ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ หรือได้ใช้วิธีการทาง\nอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าได้มีการส่งตามที่กฎหมายกําหนดแล้ว (ร่างมาตรา ๑๑)\n: ๒.๒๐ กําหนดให้ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้การใดต้องมีการลงลายมือชื่อ หรือกําหนด\nผลทางกฎหมายกรณีที่ไม่มีการลงลายมือชื่อไว้ หากได้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยใช้วิธีการ\nทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าได้มี\nการลงลายมือชื่อตามที่กฎหมายกําหนดแล้ว (ร่างมาตรา ๒๐) :\n\n๕\n\n๒.๒๑ กําหนดให้ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้การใดต้องมีการประทับตราของนิติบุคคล\nหรือกําหนดผลทางกฎหมายกรณีไม่มีการประทับตราของนิติบุคคลไว้ หากได้ประทับตราประทับอิเด็กทรอนิกส์\nโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด\nให้ถือว่าได้มีการประทับตราของนิติบุคคลตามที่กฎหมายกําหนดแล้ว (ร่างมาตรา ๒๑)\n\n๒.๒๒ กําหนดให้เอกสารหรือตราสารใดที่ต้องมีการปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร\nและเอกสารหรือตราสารดังกล่าวได้จัดทําขึ้นในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หากได้มีการชําระเงินแทน\nหรือดําเนินการอื่นใดด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมสรรพากรประกาศกําหนด\nให้ถือว่าได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรแล้ว (ร่างมาตรา ๒๒)\n\n๒.๒๓ กําหนดให้ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้ต้องประกาศข้อความให้ประชาชนทราบ\nเป็นการทั่วไปในหนังสือพิมพ์ หรือกําหนดผลทางกฎหมายในกรณีที่ไม่ได้ดําเนินการดังกล่าว หากได้มี\nการประกาศข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในเว็บไซต์ของสื่อออนไลน์และเว็บไซต์ของผู้ที่มีหน้าที่ดําเนินการประกาศ\nหรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าได้มีการประกาศข้อความให้ประชาชนทราบ\nเป็นการทั่วไปในหนังสือพิมพ์แล้ว โดยต้องเป็นเว็บไซต์ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้เป็นการทั่วไปโดยสะดวก\nและไม่เลือกปฏิบัติ และสามารถยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บไซต์ได้ (ร่างมาตรา ๒๓)\n\n๒.๒๕ กําหนดให้เมื่อมีกรณีที่ต้องพิสูจน์ตัวตน หากได้พิสูจน์ตัวตนโดยใช้วิธีการทาง\nอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าได้พิสูจน์\nตัวตนโดยชอบแล้ว (ร่างมาตรา ๒๕)\n\n๒.๒๕ กําหนดให้เมื่อมีกรณีที่ต้องยืนยันตัวตน หากได้ยืนยันตัวตนโดยใช้วิธีการทาง\nอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็\nตัวตนโดยชอบแล้ว (ร่างมาตรา ๒๕)\n\n๒.๒๒ กําหนดให้สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน\nและอํานวยความสะดวกในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และให้มีหน้าที่และอํานาจประกาศกําหนด\nวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ประกาศยืนยันว่ามาตรฐานหรือเทคโนโลยีที่มีการใช้อยู่แล้วในเรื่องใดเป็นมาตรฐาน\nหรือเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ ประกาศรับรองผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ว่าเป็นผู้ให้บริการธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ รวมทั้งเผยแพร่ความรู้และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนาการทําธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอนิกส์ (ร่างมาตรา ๒๐) ]\n\n๒.๒๓ กําหนดให้การแสดงเจตนาของบุคคลอาจทําเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ และบุคคลใด\nจะปฏิเสธผลผูกพันหรือผลบังคับทางกฎหมายของการแสดงเจตนา โดยอ้างเพียงเพราะเหตุที่ได้ทํา เป็นข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัตตินี้มิได้ (ร่างมาตรา ๒๓)\n\n๐\n\nตั\n= ๕จ่ ๑ ๐ บฒซ 1 บณีณ ง\nกทรอนิกส์ทีสํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าได้ยืนยัน\n\n๑7 1\n\n๒.๒๕ กําหนดข้อสันนิษฐานทางกฎหมายในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลได้รับแจ้งจากผู้รับข้อมูลว่า\nได้รับข้อมูลแล้ว ให้ถือว่าผู้รับข้อมูลได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ได้รับมา (ร่างมาตรา ๒๕)\n\n๒.๒๓ ถําหนดให้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดที่ผู้ส่งข้อมูลเป็นผู้ส่งเอง ถือว่าข้อมูลนั้นเป็นของ\nผู้ส่งข้อมูล และในระหว่างผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูลด้วยกันเอง ให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นของผู้ส่งข้อมูล\nหากมีการส่งโดยบุคคลซึ่งมีอํานาจทําการแทนผู้ส่งข้อมูล ในเรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น หรือระบบ\nอัตโนมัติที่ได้รับการกําหนดให้ส่งได้โดยอัตโนมัติโดยผู้ส่งข้อมูล หรือโดยบุคคลอื่นที่ทําในนามของผู้ส่งข้อมูล\n(ร่างมาตรา ๒๓)\n\n๕\n\n!\n๑7 9๑/ 7 เ ม ๑7 2/ ณฒ = =๑ณ์ู่\n\n๒.๓๐ กําหนดให้ในระหว่างผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูลด้วยกันเอง ผู้รับข้อมูลมีสิทธิทีจะ\n\nขบ ขบ\n= ณฒณ ฉ/๕ม ขบ !\n\nลอิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นของผู้ส่งข้อมูลและปฏิบัติไปตามนั้น ในกรณีทีผู้รับข้อมูลตรวจสอบแล้วว่า\n\nร\n\nย\nลอิเล็กทรอนิกสํ โดังกล่าวเป็นของผู้ส่งข้อมูลโดยใช้วิธีการในการตรวจสอบความเป็นเจ้าของของข้อมูล\n\n<๕5 ฆ่ท ข” ม ทข! บม ๓ | ฆ ขย๓ บา|) ๑= < = ๕<\n6 กทรอนิกส์นั้นตามทีได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้ากับผู้ส่งข้อมูล หรือผู้รับข้อมูลแสดงได้ว่า ขอมูลอเลกทรอนกส์\n\nตนได้รับเป็นผลมาจากการกระทําของบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับผู้ส่งข้อมูลหรือผู้ซึ่งทําการในนามของ\n\nจ/ |\n\nงข้อมูล โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวต้องทําให้บุคคลนั้นสามารถเข้าถึงวิธีการที่ผู้ส่งข้อมูลใช้เพื่อระบุความเป็น\n\nขบ\nจ/ ฆ\n\nเจ้าของของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ส่งข้อมูล แต่ไม่ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ผู้รับข้อมูลทราบหรือได้รับ แจ้งจาก\n\nบ\n\nรนะ\n๐\n๑0\nว\n=๒๐\n\nม\nบ\n๕\n\nล\n\n<ะ -=) ๐) วิน\nขซ่ณ ๐2\n\n9๑7\n\nผู้ส่งข้อมูลโดยมีเวลาหอสมควรที่จะตรวจสอบว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นไม่ใช่ของผูส่งข้อมูล หรือควรทราบถึง\n\nบ\n\nความผิดพลาดอันเกิดขึ้นกับการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั่น (ร่างมาตรา ๓๐)\n\nไ๒๒.๓๑ กําหนดให้ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลกําหนดเงื่อนไขไว้ว่า การส่งข้อมูลจะมีผลก็ต่อเมือ\nผู้รับข้อมูลแจ้งว่าได้รับข้อมูลแล้ว ถ้ามิได้มีการแจ้งยืนยันการได้รับข้อมูล ให้ถือว่าไม่เคยมีการส่งข้อมูลดังกล่าว\n.(ร่างมาตรา ๓๑)\n\n๒.๓๒ กําหนดวิธีการแจ้งยืนยันการได้รับข้อมูล โดยให้ใช้วิธีการตามที่ตกลงกันไว้เป็น\nการเฉพาะ และในกรณีที่มิได้ตกลงกัน ให้ใช้วิธีการบอกให้ทราบโดยผู้รับข้อมูล ผ่านระบบอัตโนมัติหรือวิธีการอื่น\nหรือการกระทําใด ๆ ของผู้รับข้อมูลซึ่งเพียงพอที่จะแสดงให้ผู้ส่งข้อมูลทราบได้ว่าผู้รับข้อมูลได้รับข้อมูลนั้นแล้ว\n(ร่างมาตรา ๓๒)\n\nฆงยฆ่ ย\n\n๒.ต๓๓ กําหนดให้กรณีที่ผู้ส่งข้อมูลมิได้กําหนดเงื่อนไขตามมาตรา ๓๑ แต่กําหนดให้ผู้รับ\n\n9๑9/07 %/7 = ส่ย!\n\nข้อมูลต้องแจ้งการได้รับข้อมูลด้วย ถ้าผู้รับข้อมูลมิได้แจ้งการได้รับข้อมูลภายในระยะเวลาทีผู้ส่งข้อมูลกําหนด\n\nขบ\n\nหรือภายในระยะเวลาอันสมควรในกรณีทีมิได้มีการกําหนดระยะเวลา ผู้ส่งข้อมูลมีสิทธิแจ้งให้ผู้รับข้อมูลทราบว่า\nผู้ส่งข้อมูลยังไม่ได้รับแจ้งยืนยันการรับข้อมูล และกําหนดระยะ ะเวลาอันสมควรให้แจ้งยืน ยันการรับข้อมูล\n\nณฆ= ส 1\n\nและ ะหากผู้รับข้อมูลยังไม่แจ้งยืนยันการรับข้อมูลภายในระยะ เวลาที่กําหนด ผู้ส่งข้อมูลมีสิทธิถี ว่าไม่มีการส่ง\nข้อมูลนั้น หรือใช้สิทธิอื่นที่พึงมีได้เมื่อได้แจ้งให้ผู้รับข้อมูลทราบแล้ว (ร่างมาตรา ๓๓)\n\n๒.๓๕ กําหนดให้ในการแจ้งการได้รับข้อมูล หากมีความใดบอกให้ทราบว่าข้อมูลที่อ้างถึง\nได้เป็นไปตามข้อกําหนดทางเทคนิคตามที่ตกลงกันไว้หรือตามเกณฑ์มาตรฐานที่เกี่ยวข้องแล้วให้สันนิษฐาน\nไว้ก่อนว่าได้มีการปฏิบัติตามข้อกําหนดทางเทคนิคดังกล่าวแล้ว (ร่างมาตรา ๓๕)\n\n๒.๓๕ กําหนดข้อสันนิษฐานทางกฎหมายโดยให้ถือว่าผู้ส่งข้อมูลได้ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\n\nขบ\n| ขบ\n\nง = = <๓ บ ซ่ บ ฆ ฆ่\nออกไปในเวลาเมื่อข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์พันจากระบบข้อมูลทีอยู่ในความควบคุมของผู้ส่งข้อมูลหรือของบุคคลอื่น\n\nขบ\nฆฆ่ขย\n\nซ% | ข ยม เบ ฆ จ่ 7 = = 5\nข่งสงขอมูลแทนผูสงขอมูล หรือเวลาทีมีการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นัน ในกรณีที่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\n\nมิได้พันไปจากระบบข้อมูลที่อยู่ในความควบคุมของผู้ส่งข้อมูลหรือของบุคคลอื่นซึ่งส่งข้อมูลแทนผู้ส่งข้อมูล\nเว้นแต่ผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูลจะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (ร่างมาตรา ๓๕)\n\n๒.๓๒ ก้าหนดข้อสันนิษฐานทางกฎหมายโดยให้ถือว่าผู้รับข้อมูลได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์\nในเวลาดังนี้ (๑) ในกรณีที่ผู้รับข้อมูลได้กําหนดที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์สําหรับใช้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไว้แล้ว\n\nม) บข |) ๑4< = ม ญ่ |! = ส = ๕<๓๑ 1 2 0! ฆ่ทๆ ยข๓ ๓ข\nและผู้ส่งข้อมูลส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไปยังทีอยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ให้ถือว่าเวลาทิได้รับข้อมูล\nฆ่บ๓ ปข\n\nอิเล็กทรอนิกส์ได้แก่เวลาที่ผู้รับข้อมูลนั้นอาจเรียกดูข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวได้\n\nขบ\n\nฆณซ่ยณ = = บ ยๆ เขซา|\n๒) ในกรณีที่ผู้รับข้อมูลได้กําหนดที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์สําหรับใช้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไว้แล้ว แต่ผู้ส่ง\n\nซ/ | ๕<\n\n= ฆ่ บ๓ ปบ บณฒ 1 ฆห ย๓ ป\nข้อมูลส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไปยังที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์อื่นของผู้ รบขอมูล ให้ถือว่าเวลาทิได้รับข้อมูล\n\nขบ\n= ๕ ๑7 =\n\nอิเล็กทรอนิกส์ได้แก่เวลาทีผู้รับข้อมูลนั้นรูว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ถูกส่งไปยังที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นดังกล่าว\n\nขญ\n๓\n\nและเป็นเวลาที่อาจเรียกดูข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นนั้นได้ (๓ ) ในกรณีที่ผู้รับข้อมูล\nมิได้กําหนดที่ อยู่ทางอิเล็กทรอนิ นิกส์สําหรับใช้รับข้อมูลอิ เล็กทรอนิกส์ไว้ ให้ถือว่าเวลาที่ได้รับข้ อมูล\n\nณฒ ม๐ ป\n\nอิเล็กทรอนิกส์ได้แก่เวลาที่ผู้รับข้อมูลนั้นรู้ว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ถูกส่งไปยังที่อยู่ทางอิเล็ กทรอบนิกส์ของผู้รับ\n\nเล] ขบ.\n๑/\n\nข้อมูลและเป็นเวลาที่อาจเรียกดูข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้ เว้นแต่ผู้ส่งข้อมูล\n\nขบ\n\nและผู้รับข้อมูลจะตกลงกันไว้ เป็นอย่างอื่น และให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้รับข้อมูลอาจเรียกดูข้อมูล\nอิเล็กทรอนิกส์จากที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ เมื่อข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวเข้าสู่ที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ของ\nผู้รับข้อมูล (ร่างมาตรา ๓๒๐)\n\n๒.ต๓ กําหนดให้การส่งหรือการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะได้ส่งหรือรับ ณ สถานที่ใด ๆ\nให้ถือว่าผู้ส่งข้อมูลได้ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากภูมิลําเนาของผู้ส่งข้อมูล และผู้รับข้อมูลได้รับข้อมูล\n\nจ้\n\nอิเล็กทรอนิกส์ที่ภูมิลําเนาของผู้รับข้อมูล เว้นแต่ผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูลจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น\n\nบ\n\n(ร่างมาตรา ๓๓)\n\n๒.๓๕ กําหนดให้ผู้รับข้อมูลมีสิทธิโดยชอบที่จะถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับแต่ละชุด\nซึ่งส่งมาแต่ละครั้งเป็นข้อมูลที่แยกจากกัน และสามารถดําเนินการไปตามข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แต่ละชุดนั้นได้\nเว้นแต่ผู้รับข้อมูลรู้หรือเมื่อได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วควรจะ ะรู้ได้ว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น\nเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งซ้้า (ร่างมาตรา ๓๕) :\n\n๒.๓๕ กําหนดให้ถือว่าการบอกกล่าวด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเชิญชวนให้บุคคล\nทั่วไปเข้าทําสัญญาโดยไม่ระบุผู้รับข้อมูลเป็นการเจาะจง เป็นเพียงคําเชิญชวนให้ทําคําเสนอเพื่อทําสัญญา]\nเท่านั้น เว้นแต่ผู้บอกกล่าวจะได้ระบุไว้โดยชัดแจ้งถึงเจตนาของตนที่จะรับผูกพันทันทีในกรณีที่มีผู้ตอบรับ\nในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าการบอกกล่าวนั้นเป็นคําเสนอและการตอบรับเป็นคําสนอง และให้ใช้บังคับแก่การบอกกล่าว\nด้วยระบบอัตโนมัติด้วย (ร่างมาตรา ๓๑) .\n\n๒.๕๐ กําหนดให้บุคคลใดจะปฏิเสธผลผูกพันหรือผลบังคับทางกฎหมายของสัญญาที่\nทําขึ้นโดยการส่งและรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างระบบอัตโนมัติด้วยกัน หรือระหว่างระบบอัตโนมัติกับ\nบุคคล เพียงเพราะเหตุว่าสัญญานั้นไม่มีการตรวจสอบหรือไม่มีการดําเนินการโดยบุคคลมิได้ (ร่างมาตรา ๕๐)\n\n๒.๕๑ กําหนดให้กรณีที่ระบบอัตโนมัติดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับสัญญาแทน\nคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง ให้ถือว่าการดําเนินการนั้นไม่มีผลผูกพันหรือผลบังคับทางกฎหมาย ในกรณีที่การดําเนินการ\nดังกล่าวเป็นการกระทําที่คู่สัญญาฝ่ายซึ่งระบบอัตโนมัติดําเนินการแทนไม่สามารถคาดหมายได้ และเป็น\nการกระทําที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งรู้หรือสามารถคาดหมายได้ด้วยเหตุอันสมควรว่า คู่สัญญาอีกฝ่ายไม่สามารถ\nคาดหมายได้ถึงการกระทํานั้นได้ ( (ร่างมาตรา ๕๑)\n\n๒.๕๒ กําหนดให้กรณีที่บุคคลธรรมดาบันทึกข้อมูลผิดพลาดในระบบอัตโนมัติของบุคคลอื่น\nและระบบอัตโนมัตินั้นไม่มีช่องทางให้แก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาด ผู้บันทึกข้อมูลรวมทั้งผู้มอบอํานาจให้บันทึกข้อมูล\n\n= -\n\nมีสิทธิเพิกถอนการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนที่ผิดพลาดได้ หากผู้บันทึกข้อมูลรวมทั้งผู้มอบอํานาจให้\n\n๑ =%\n\nบันทึกข้อมูลได้แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งหรือผู้ควบคุมระ ะบบอัตโนมัติทราบถึงข้อผิดพลาดนั้นโดยพลันเมื่อได้รู้ถึง\n\n=\n\nข้อผิดพลาดนั้นแล้ว และผู้บันทึกข้อมูลรวมทั้งผู้มอบอํานาจให้บันทึกข้อมูลยังไม่ได้รับประโยชน์หรือ\nใช้ประโยชน์จากสินค้าหรือบริการทีได้รับจากอีกฝ่ายหนึ่ง (ร่างมาตรา ๕๒) ก.\n\nเร\n\nฒ่\n\n๑7 ๑2\n\n๒.๕๓ กําหนดให้บทบัญญัติหมวด ๒ การแสดงเจตนา การรับและส่งข้อมูล การทําสัญญา\n\nขัญยญ\n\n๑7 -\n\nทางอิเล็กทรอนิกส์ ยกเว้นมาตรา ๕๒ คู่สัญญาอาจตกลงเป็นอย่างอื่นได้เท่าที่ไม่ขัดกับกฎหมายอันเกี่ยวกับ\nความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี (ร่างมาตรา ๕๓)\n\n๒.๕๕ กําหนดให้ตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์มีผลบังคับตามกฎหมายเช่นเดียวกับ\nตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสาร ผู้ใดจะปฏิเสธผลผูกพันทางกฎหมายของตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์\nเพียงเพราะเหตุที่ได้ทําเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามร่างพระราชบัญญัตินี้มิได้ (ร่างมาตรา ๕๕) :\n\n๒.๕๕ กําหนดลักษณะของตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ (ร่างมาตรา ๕๕)\n\n๒.๕๒ กําหนดให้การจัดทําตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้แทนตราสารเปลี่ยนมือ\nที่เป็นเอกสาร หรือการจัดทําตราสารเปลี่ยนมือที่เป็นเอกสารเพื่อใช้แทนตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์\nต้องใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้โดยมีข้อความครบถ้วนถูกต้องและต้องดําเนินการ ด้วยวิธีที่กําหนด\nไว้ในมาตรานี้ (ร่างมาตรา ๕๐)\n\n๒.๕๓ กําหนดให้กรณีที่กฎหมายกําหนดหรืออนุญาตให้มีการครอบครองตราสารเปลี่ยนมือได้\nบุคคลใดเป็นผู้มีอํานาจควบคุมตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ได้แต่เพียงผู้เดียวและมีการระบุตัวตนของ\nบุคคลนั้นว่าเป็นผู้มีอํานาจควบคุม โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์\nที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าบุคคลนั้นได้ครอบครองตราสารเปลี่ยนมือนั้นแล้ว (ร่างมาตรา ๕๓)\n\n. ๒.๕๕ กําหนดให้กรณีที่กฎหมายกําหนดหรืออนุญาตให้มีการส่งมอบการครอบครอง\n\nตราสารเปลี่ยนมือ หากได้มีการโอนการควบคุมสิทธิในตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์โดยใช้วิธีการทาง\nอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่ามีการส่งมอบ\nการครอบครองแล้ว (ร่างมาตรา ๕๕)\n\n๒.๕๕ กําหนดให้กรณีที่กฎหมายกําหนดหรืออนุญาตให้มีการสลักหลังตราสารเปลี่ยนมือ\nหากได้กระทําโดยจัดให้มีข้อความที่จําเป็นสําหรับการสลักหลังในตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้\nวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้หรือได้ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่า\nได้มีการสลักหลังแล้ว (ร่างมาตรา ๕๑)\n\n๒.๕๐ กําหนดให้กรณีที่กฎหมายกําหนดหรืออนุญาตให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล\nในตราสารเปลี่ยนมือได้ หากได้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลในตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถ\nระบุถึงข้อมูลที่ถูกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้หรือได้ใช้วิธีการ\nทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้ถือว่าได้มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงแล้ว (ร่างมาตรา ๕๐) 0\n\n๒.๕๑ กําหนดให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริการพิสูจน์หรือยืนยันตัวตน\nของบุคคล บริการการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ บริการประทับเวลาและวันที่ในการทําธุรกรรมทาง\nอิเล็กทรอนิกส์ บริการรับ ส่ง หรือจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ บริการจดทะเบียนหรือรับรองเว็บไซต์หรือ\nโดเมนเนม บริการระบบตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ หรือบริการอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง\n(ร่างมาตรา ๕๑) .\n\n.\n\n๐ ย 4<่ ๑7/ ๕ ข = = ๑-\n๒.๕๒ กําหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทีต้อง\n\n๐ ๓»\n\n๐ ณ=- ๐ = ร ข่ ฒซ ฆ่ ขบ ๐\nดําเนินการ และสํานักงานจะประกาศกําหนดมาตรฐานวิธีการทีเชือถือได้ในเรืองใด ๆ ก็ได้ โดยในการกําหนด\n\n1\n= ๑7 ๒๒.\n\nดังกล่าวให้คํานึงถึงระดับความเสียงของบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และลักษณะการให้บริการธุรกรรม\n\n๕\n\nทางอิเล็กทรอนิกส์แต่ละประเภทด้วย และเมื่อสํานักงานได้กําหนดแล้ว ผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\nประเภทนั้นต้องดําเนินการโดยใช้วิธีการที่ไม่ตํากว่ามาตรฐานที่สํานักงานประกาศกําหนด (ร่างมาตรา ๕๒)\n\n๒.๕๓ กําหนดให้ผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นอกจากจะต้องรับผิดจากการผิด\nสัญญาหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว จะต้องรับผิดในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการและคู่กรณีที่\nเกี่ยวข้องจากการที่ผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบด้วย\n(ร่างมาตรา ๕๓)\n\n๒.๕๕ กําหนดให้ผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ต้องรับผิดในความเสียหายใด ๆ\nที่เกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการและคู่กรณีที่เกี กี่ยวข้องจากการใช้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น ในกรณี\nผู้ห้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้กําหนตวัตถุประสงค์และข้อจํากัดของการใช้บริการและ ะแจ้งผู้ใช้บริการ\nรายนั้นและ ะคู่กรณีที่เกี่ยวข้องอย่างชัดแจ้งแล้วถึงวัตถุประสงค์และข้อจํากัดของการใช้บริการ และผู้ใช้บริการ\nใช้บริการเกินหรือผิดวัตถุประสงค์หรือเกินข้อจํากัดของการใช้บริการที่ผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\nกําหนดไว้ (ร่างมาตรา ๕๕)\n\n๒.๕๕ กําหนดให้ผู้ประสงค์จะขอให้สํานักงานรับรองว่าตนเป็นผู้ให้บริการธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ ให้ยื่นคําขอต่อสํานักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด\n(ร่างมาตรา ๕๕)\n\n๒.๕๒ กําหนดให้สํานักงานจะรับรองผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้วิธีการ\nที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากล ซึ่งสํานักงานเห็นว่าผู้นั้นให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอบนิกส์ที่เชื่อถือได้\nเป็นผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้โดยผู้ให้บริการมิได้ยื่นคําขอก็ได้ ตามหลักเกณฑ์และ\nวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด (ร่างมาตรา ๕๐)\n\n๒.๕๓ กําหนดให้สํานักงานเผยแพร่รายชื่อผู้ซึ่งได้รับการรับรองให้ประชาชนทราบเป็น\nการทัวไปผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสํานักงานและปรับปรุงรายชื่อให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ\n(ร่างมาตรา ๕๓)\n\n๒.๕๕ กําหนดให้สํานักงานประกาศข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนผู้ใช้บริการทราบโดยพลัน\nเมื่อมีเหตุอย่างใดอันมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ตามที่\nกําหนดในกฎกระทรวง (ร่างมาตรา ๕๕)\n\n๒.๕๓ กําหนดบทเฉพาะกาลให้สํานักงานจัดทําร่างกฎกระทรวงตามมาตรา ๕๕ วรรคสาม\nเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในหลักการภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้\nประกาศในราชถิจจานุเบกษา แต่กฎกระทรวงดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับเมื่อพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับแล้ว\n(ร่างมาตรา ๕๑)\n\n๒.๒๐ กําหนดบทเฉพาะกาลให้สํานักงานจัดทําร่างประกาศตามมาตรา ๕๕ ให้แล้วเสร็จ\nภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ประกาศดังกล่าวต้อง\nไม่ใช้บังคับก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (ร่างมาตรา ๒๐)\n\n๒.๒๑ กําหนดบทเฉพาะกาลให้นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ บรรดา กฎหมายใด\nที่อ้างถึงพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ถือว่ากฎหมาย\n\nเวล\n9/\n\nนันอ้างถึงพระราชบัญญัตินี เฉพาะเท่าทีมีบทบัญญัติเกียวข้องรองรับ (ร่างมาตรา ๐๑)\n\n๕\n\n๒.๒๒ กําหนดบทเฉพาะกาลให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอบนิกส์ที่มี\nใบอนุญาตตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์ และยืนยันตัวตน\nทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๓๕/๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วย\nธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์\n(ฉบับที่ ๕@) พ.ศ. ๒๕๐๒ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเป็นบริการที่อาจขอรับการรับรอง\nจากสํานักงานตามมาตรา ๕๕ ได้ ให้ถือว่าได้รับการรับรองตามมาตรา ๕๕ แล้ว และให้สํานักงานดําเนินการ\nเผยแพร่รายชื่อของผู้ประกอบธุรกิจรายเหล่านั้นตามมาตรา ๕ ด้วย (ร่างมาตรา ๒๒)\n\n๒.๒๓ กําหนดบทเฉพาะ กาลให้พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์ม\nดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง\nและวรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม\nโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๓๕/๒ (๑)\nแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วย\nธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ ยังคงใช้บังคับอยู่ต่อไปจนกว่าจะมีการตรากฎหมาย\nเกี่ยวกับธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขึ้นใช้บังคับ และบรรดาหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการธุรกรรม\nทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๐๕\nให้เป็นหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชกฤษฎีกา\nการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๒๕ (ร่างมาตรา ๒๓)","changes":[],"passport":{"data":{"act":{"jurisdiction":"Таиланд","title_official":"ร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....","title_short":"Законопроект об электронных сделках (Таиланд)","level":"законопроект","date_adopted":"не указана в тексте; дата документа в базе — 2026-08-27","date_in_force":"по ст. 2 проекта — через 180 дней после опубликования в «Ройал Газетт»","date_version":"проект, полный текст отсутствует","phased":"вступление в силу основного текста — через 180 дней с публикации; подзаконные акты/стандарты должны быть подготовлены к моменту вступления в силу или вскоре после него (см. переходные положения о подготовке проектов правил до вступления закона в силу)","status":"законопроект: на рассмотрении","sunset":"","regulator":"Министерство цифрового развития для экономики и общества; Офис по развитию электронных сделок (с полномочиями устанавливать методы/стандарты, признавать технологии и сертифицировать поставщиков услуг)","related":"действующие электронные законы (№№ BE 2555, 2551, 2502) подлежат отмене проектом; связанные королевские указы о цифровых платформах/идентификации сохраняются временно"},"goal":{"problem":"действующее законодательство об электронных сделках устарело относительно темпов технологического развития и международных стандартов UNCITRAL; требуется модернизация для поддержки цифровой экономики","goal":"создать правовые условия признания силы и доказательственной значимости электронных данных/сделок, обеспечить доверие, безопасность и экономию издержек при переходе к электронным транзакциям без запрета бумажных форматов","targets":"не указаны","scope":"все виды сделок по законам Таиланда (частный–частный, частный–государственный), кроме случаев со специальными процедурами e‑транзакций либо исключениями из ст. 5 проекта","exclusions":"вопросы, требующие личного явки/дистанцированного выражения согласия перед чиновником; иные случаи, когда по характеру отношений е‑формат неуместен (ст. 5); специальные процедуры, установленные иными законами"},"subjects_note":{"protected":"прямо не выделены; общие гарантии достоверности, безопасности и конфиденциальности информации применимы ко всем участникам рынка"},"subjects":[{"role":"разработчик","who":"член Палаты представителей г-н Супхачай Джайсамут и группа","criteria":"субъект права законодательной инициативы","count":"нет данных"}],"norms":[{"address":"ст. 3","addressee":"государство (парламент)","essence":"отменить Законы об электронных сделках BE 2555, 2551, 2502 и др., заменив их новым актом","type":"обязанность","mechanism":"барьер входа (обновление правовой базы)","cost_channel":"административные","cost_kind":"разовые","trigger":"до начала деятельности (кодификация)","sanction":"","refs":"да, перечень отменяемых законов","form":"смешанная","in_force":"одновременно с законом","ru_analog":"частичная сопоставимость с ФЗ-63 «Об электронной подписи» и отраслевыми нормами ЭДО; отличается тем, что здесь консолидированная замена нескольких актов единым рамочным законом требует проверки деталей [требует проверки]"},{"address":"ст. 5(1)–(3)","addressee":"участники оборота","essence":"сохранить возможность совершения ряда действий исключительно очно перед должностным лицом либо только в традиционной форме, если это установлено законом","type":"ограничение","mechanism":"ограничение модели","cost_channel":"операционные","cost_kind":"регулярные","trigger":"постоянно","sanction":"","refs":"да","form":"смешанная","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"требования личной явки/уникальных процедур установлены отдельными законами (нотариат, ЗАГС, лицензирование); отличия в перечне изъятий [требует проверки]"},{"address":"ст. 10","addressee":"лица, совершающие сделки","essence":"корректно созданные по закону электронные данные/сделки имеют юридическую силу и связывают стороны","type":"право","mechanism":"информирование","cost_channel":"нет прямых издержек","cost_kind":"","trigger":"постоянно","sanction":"","refs":"нет","form":"цифровая","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"признание юридической силы электронного документа предусмотрено ГК РФ и ФЗ-63; подходы схожи [требует проверки]"},{"address":"ст. 11","addressee":"суды/участники спора","essence":"оценивать надежность э‑данных по способу создания/хранения/передачи, целостности, неизменности и методам идентификации","type":"обязанность","mechanism":"распределение риска (бремя доказывания надежности)","cost_channel":"содержательные","cost_kind":"по событию","trigger":"по обращению в суд","sanction":"","refs":"нет","form":"смешанная","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"оценка судом допустимости/относимости электронных доказательств регулируется процессуальными кодексами; критерии детализированы слабее [требует проверки]"},{"address":"ст. 12","addressee":"сторона, оспаривающая надежность э‑данных","essence":"бремя доказывания ненадежности и расходы несет оспаривающий; допускается реестр экспертов суда","type":"обязанность","mechanism":"распределение риска","cost_channel":"прямые платёж/содержательные","cost_kind":"по событию","trigger":"по обращению в суд","sanction":"","refs":"нет","form":"смешанная","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"общее правило процессуального распределения бремени доказывания; специальных реестров ИТ-экспертов нет [требует проверки]"},{"address":"ст. 13","addressee":"участники правоотношений","essence":"электронный формат признается эквивалентом письменной формы/доказательств, если доступен и воспроизводим","type":"право","mechanism":"информирование","cost_channel":"нет прямых издержек","cost_kind":"","trigger":"постоянно","sanction":"","refs":"нет","form":"цифровая","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"аналогичные правила есть в ГК РФ и АПК/ГПК РФ; детали доступа/воспроизводимости отличаются [требует проверки]"},{"address":"ст. 15","addressee":"хранители документов","essence":"хранение в надлежащем электронном виде признается соблюдением обязанности хранения документов при условиях доступности, целостности и прослеживаемости происхождения/времени","type":"обязанность","mechanism":"операционные издержки","cost_channel":"капитальные/административные","cost_kind":"регулярные","trigger":"постоянно","sanction":"","refs":"отсылки к правилам процесса","form":"цифровая","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"сходство с требованиями к архивированию ЭДО и бухгалтерским документам; технические профили различаются [требует проверки]"},{"address":"ст. 15 (о времени/дате)","addressee":"составители э‑документов","essence":"отметка времени считается выполненной надлежащим образом при использовании доверенного метода привязки к стандартному времени и связи с данными","type":"право","mechanism":"информирование","cost_channel":"нет прямых издержек","cost_kind":"","trigger":"постоянно","sanction":"","refs":"нет","form":"цифровая","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"квалифицированная метка времени предусмотрена инфраструктурой КЭП; реализация близка [требует проверки]"},{"address":"ст. 20","addressee":"подписывающие стороны","essence":"электронная подпись, созданная доверенным методом или признанным ведомством способом, равнозначна собственноручной","type":"право","mechanism":"информирование","cost_channel":"нет прямых издержек","cost_kind":"","trigger":"постоянно","sanction":"","refs":"нет","form":"цифровая","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"ФЗ-63 устанавливает три вида подписи; подход функциональной эквивалентности совпадает [требует проверки]"},{"address":"ст. 21","addressee":"юридические лица","essence":"электронная печать юрлица, сформированная доверенным методом, признается печатью по закону","type":"право","mechanism":"информирование","cost_channel":"нет прямых издержек","cost_kind":"","trigger":"постоянно","sanction":"","refs":"нет","form":"цифровая","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"понятие печати юридического лица ограничено; чаще используется УКЭП вместо «электронной печати»; отличие существенное [требует проверки]"},{"address":"ст. 22","addressee":"плательщики гербового сбора","essence":"уплата/действия электронным способом согласно правилам налогового ведомства приравниваются к погашению гербового сбора","type":"право","mechanism":"информирование","cost_channel":"прямой платёж","cost_kind":"по событию","trigger":"по событию уплаты","sanction":"","refs":"ссылка на налоговый закон","form":"цифровая","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"безналичная уплата сборов онлайн признана повсеместно; механизм идентичен по сути [требует проверки]"},{"address":"ст. 23","addressee":"обязанные публиковать информацию","essence":"публикация на общедоступном сайте уполномоченного публикатора признается официальной публикацией в прессе при условии верифицируемого владения сайтом","type":"право","mechanism":"информирование","cost_channel":"административный/содержательный","cost_kind":"регулярные","trigger":"по событию публикации","sanction":"","refs":"нет","form":"цифровая","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"официальные интернет-порталы правовых актов выполняют ту же функцию; различия в статусе сайтов-публикаторов [требует проверки]"},{"address":"ст. 25 (две соседние статьи про идентификацию/аутентификацию)","addressee":"субъекты взаимодействия","essence":"идентификация/аутентификация надежными электронными методами признается надлежащей","type":"право","mechanism":"информирование","cost_channel":"нет прямых издержек","cost_kind":"","trigger":"постоянно","sanction":"","refs":"нет","form":"цифровая","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"ЕСИА/УКЭП обеспечивают аналогичный эффект; набор методов шире у нас [требует проверки]"},{"address":"ст. 22 офис полномочий","addressee":"Офис по развитию электронных сделок","essence":"утверждать методы, подтверждать стандарты/технологии как надежные, сертифицировать поставщиков услуг, публиковать знания и практики; решения принимаются после публичного обсуждения и публикуются в Gazette и онлайн","type":"полномочие","mechanism":"барьер входа/операционные издержки","cost_channel":"административный/содержательный","cost_kind":"регулярные","trigger":"постоянно; сертификация — по заявлению","sanction":"","refs":"да, делегирование Министерству","form":"смешанная","in_force":"часть требований вступает с законом; детальные правила — по мере издания","ru_analog":"функции Минцифры/Минэкономразвития и удостоверяющих центров; централизованный каталог надежных технологий/механизм добровольной сертификации требуют уточнения [требует проверки]"},{"address":"ст. 51–52 главы об услугах","addressee":"поставщики услуг доверия (TSP)","essence":"TSP несут ответственность за убытки от неисполнения обязанностей по ст. 52, но освобождаются, если ограничения использования были доведены до пользователя и пользователь вышел за эти пределы","type":"ответственность/ограничение ответственности","mechanism":"распределение риска","cost_channel":"распределительный риск/прямой платёж","cost_kind":"по событию","trigger":"инцидент/претензия","sanction":"возмещение убытков; освобождение при соблюдении условий раскрытия ограничений","refs":"договорные основания","form":"смешанная","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"гражданско-правовая ответственность поставщика услуг ПДС/УЦ; конструкция освобождения зависит от договора и обязательных норм; специфика формулировок отлична [требует проверки]"},{"address":"ст. 55–56 глава о переводных документах","addressee":"эмитенты/держатели электронных оборотных документов","essence":"признать электронную форму равной бумажной при выполнении функциональных реквизитов и контроле жизненного цикла надежным методом; установить порядок замены, передачи, индоссамента и исправлений в электронной форме","type":"право/обязанность","mechanism":"операционные издержки/распределение риска","cost_channel":"содержательные/капитальные","cost_kind":"регулярные/по событию","trigger":"выпуск, обращение, изменения","sanction":"","refs":"торговое право","form":"цифровая","in_force":"с основным сроком закона","ru_analog":"отдельные элементы закреплены для векселей/коносаментов ограниченно; широкого режима равенства всех оборотных инструментов пока нет — существенные отличия [требует проверки]"},{"address":"переходные положения (примерно ст. 59–60 контекста)","addressee":"ведомство","essence":"подготовить проекты министерских приказов/правил в течение 180 дней с публикации закона; они вступают после вступления самого закона","type":"обязанность","mechanism":"административные издержки","cost_channel":"административный","cost_kind":"разовые","trigger":"до вступления закона в силу","sanction":"","refs":"да","form":"смешанная","in_force":"дедлайн внутри срока подготовки","ru_analog":"типовой порядок введения подзаконных актов; сроки индивидуальны [требует проверки]"}]},"made_by":"GigaChat-3-Ultra","made_at":"2026-09-16 07:58:55","edited_at":null,"edited_by":null}}